วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 6

1.1 สุริยัน คือ
Suriyan เป็นซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่สามารถใช้งานได้บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดย SIPA เห็นว่าการที่ประชากรในชาติจะต้องใช้ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการที่เป็น ซอฟต์แวร์เชิงพานิชนั้น นอกจากจะสิ้นเปลืองและไม่ปลอดภัยแล้ว เราจะไม่สามารถใช้งานได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย ทาง SIPA จึงพัฒนาระบบปฏิบัติการ Suriyan ที่เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สทั้งระบบขึ้นมาให้ใช้งาน ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวข้างต้นได้อย่างตรงจุด

ข้อดีของการใช้ Soft Ware สุริยัน
- มีความปลอดภัยจากไวรัสสูง
- ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งาน
- สามารคัดลองและแจกจ่ายได้
- เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นโอเพนซอร์ส ผู้ใช้สามารถพัฒนาต่อเองได้
- มีจำนวนโปรแกรมให้เลือใช้มากกว่า 4000 โปรแกรม

1.2 จันทรา คือChantra เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ผ่านการคัดเลือก และปรับแต่งให้ใช้งานกับภาษาไทยซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในเมืองไทย มีโปรแกรมทั้งหมด 33 โปรแกรมประยุกต์ โดยมีโปรแกรมสำหรับการทำงานต่าง ๆ อย่างเพียบพร้อม

ตัวอย่างโปรแกรม
- OpenOffice เป็นโปรแกรม Office ทั้ง word, datasheet , spreadsheet
- forefox โปรแกรมท่องอินเตอร์เน็ตคุณภาพสูงที่เปิดให้ใช้กันฟรีๆ
- GIMP โปรแกรมจัดการภาพ เหมือน Photoshop
- และโปรแกรมสำหรับดูหนังฟังเพลง
- 7zip,Audacity,Blender,Celestia,FileZilla,Firefox,Gimp,Inkscape

2. โปรแกรมแอนิเมชั่นที่ SIPA สร้างขึ้น คืออะไร
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ SIPA สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (Software Industry Promotion Agency) หรือ SIPA จัดตั้งเมื่อ 24 กันยายน พ.ศ. 2546 มีจุดประสงค์คือ-เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ-ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ-สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และจัดให้มีกฎระเบียบและมาตรการที่จำเป็นต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรรมซอฟต์แวร์-สนับสนุนให้เกิดการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้านซอฟต์แวร์SIPA มีนโยบายในการพัฒนาบุคคลในด้านซอร์ฟแวร์ของไทยและยังสนับสนุน Software ทุกประเภท และยังสนับสนุนองค์กรย่อยต่างในการพัฒนาด้าน Soft ware สิ่งที่เห็นได้ชัดในการทำงานของ Sipa โดยมีการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ETSS Institute (Thailand) ร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็แสดงให้เห็นถึงนโยบายที่มั่งคงในการพัฒนาประเทศไทยให้สามารถแข่งขันในระดับโลกในด้าน Soft Ware ได้ส่วน Multimedia & Animation นั้น SIPA ก็มีการจัดฝึกอบรมในภาคอุตสาหกรรมรวมทั้งเจาะลึกถึงสถานศึกษาและโครงการที่ SIPA จัดทำขึ้น คือการจัดแข่งขันการแข่งขัน Animation ภายใต้ชื่อว่า “SIPA Animation Contest 2009” กลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มนักเรียนนักศึกษา

3. เว็บเกี่ยวกับการสอนภาอังกฤษ
1. http://www.royin.go.th/th/home/index.php สอนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การเขียนคำทับศัพท์ อังกฤษ ไปเป็นภาษาไทย ของราชบัณฑิตยสถาน (เข้าไปแล้วคลิกที่ 'การทับศัพท์' ที่คอลัมน์ซ้ายมือ
2.http://iteslj.org/v/th/ เป็นเว็บ “English-Thai Vocabulary Quizzes. Quizzes to Help You Learn and Review Vocabulary” มีการ test ศัพท์ที่น่าสนุกทีเดียว
3.http://www.geocities.com/tathisri/contents.html เรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์อธิศรี แบบฝึกหัดภาษาอังกฤษ ทั้งการอ่าน การเขียน ไวยากรณ์ คำศัพท์
4.ครูมณี.คอมhttp://www.krumanee.com/
5.http://www.navy.mi.th/dockyard/knowledge.htmการออกเสียงภาษาอังกฤษ โดย พล.ร.อ.ชุมศักดิ์ มัธยมจันทร์

วันอังคารที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2553

งานชิ้นที่ 5

1. Klowledge is knowing a fact.Wisdom is knowing what to do with that fact.So,please explain how to differ anong Klowledge, Wisdom and Vision.
knowledge (องค์ความรู้)คือ สารสนเทศที่ผ่านกระบวนการคิดเปรียบเทียบเชื่อมโยงกับ
ความรู้อื่น จนเกิดความเข้าใจและนำไปใช้ ประโยชน์ในการสรุปและตัดสินใจใน
สถานการณ์ต่าง ๆ ได้โดยไม่จำกัดช่วงเวลา หรือเป็นสารสนเทศที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับ
เรา ในการนำไปใช้งาน


Wisdom (ปัญญา ) คือ ความรู้ที่ฝังอยู่ในตัวคน ก่อให้เกิดประโยชน์ ในการนำไปใช้ คือหลักการพื้นฐานที่ทำให้เข้าใจรูปแบบและตัวแบบต่างๆปัญญาจะพาไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การเรียนรู้จึงต้องเริ่มจากการเก็บข้อมูล เชื่อมโยงให้เป็นข่าวสาร และก่อให้เกิดความรู้ที่มีรายละเอียด แล้วจึงสังเคราะห์ให้เกิดเป็นปัญญา

Vision (วิสัยทัศน์) คือ ภาพกว้างๆซึ่งผู้นำในหน่วยงานปรารถนาให้องค์การไปสู่สิ่งที่อยากเป็น เป็นแนวคิดหรือมุมมองใหม่เกี่ยวกับสถานภาพองค์การที่พึงปรารถนาในอนาคตซึ่งสามารถสื่อสารให้เกิดความเข้าใจทั่วทั้งองค์การ

2.please go to http://msrivirat.blogspot.com/2009/10/blog-post.html. After reading, please express what is the strategy of entrepreneur.
หลังจากอ่านเรื่อง ผู้ประกอบการจะต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง
กลยุทธ์ของผู้ประกอบการ คือ การปรับตัวให้เข้ากับสภาวการณ์ในปัจจุบัน นั่นก็คือการบูรณาการหลายๆด้านเข้าด้วยกัน ทั้งการจัดสินค้าการขายสินค้าหลายๆอย่างในที่ที่เดียว การหยิบจับสินค้าได้สะดวกมากขึ้นสามารถเลือกสินค้าได้ตามต้องการกลยุทธ์ที่ใช้ในการค้าขายคือการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าที่สุด ด้วยระบบการจัดการที่ดี

วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2552

งานชิ้นที่ 4

Please explain what is the Red Ocean,
the Blue Ocean and the White Ocean strategy?

I'll not able to be teaching on Wed 9 December because..
Have to meet the Mukdahan governers on Dec9.
Also,please express some examples about the Red,
Blue and White Ocean strategy.
See you on Dec 16


  • Red Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีเลือด” เป็นหนทางหนึ่งที่เคยช่วยให้หลายธุรกิจประสบความสำเร็จ แต่ในความสำเร็จนั้นกลับก่อให้เกิดความรุนแรงในแวดวงธุรกิจการตลาด เพราะด้วยวิถีทางแห่งกลยุทธ์น่านน้ำสีเลือดแล้ว การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่ง ความเป็น “เบอร์หนึ่ง” ทางธุรกิจถือเป็นจุดประสงค์หลักของกลยุทธ์นี้ แต่การมุ่งเอาชนะคู่แข่ง เพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่าโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใดนั้น นอกจากจะทำให้เกิดการแข่งขันที่ดุเดือดแล้ว ยังมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บทางธุรกิจด้วยกันทุกฝ่าย เพราะเหตุนี้จึงมีผู้เปรียบเทียบการแข่งขันด้วยกลยุทธ์ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” แบบนี้ว่า ไม่ต่างไปจาก “น่านน้ำสีเลือด” (Red Ocean) สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อรบรากันหนักข้อ ต่างฝ่ายทุ่มกำลังเข้าห้ำหั่น ท้องทะเลจะเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน

ตัวอย่าง Red Ocean Strategy เช่น การแข่งขันของยักษ์น้ำอัดลม โค๊ก-เป๊ปซี่ ในตลาดน้ำดำ ซึ่งหาความแตกต่างกันแทบไม่เจอ การแข่งขันในตลาดเครื่องรับโทรทัศน์ ระหว่าง โซนี่-พานาโซนิค-ซัมซุง-แอลจี ที่ไม่มีใครโดดเด่นด้านนวัตกรรมไปกว่ากัน การแข่งขันในตลาดบะหมี่สำเร็จรูป ผงซักฟอก แชมพู รถยนต์ และอีกมากมาย ที่วนไปวนมา กับกลยุทธ์ลดแลกแจกแถม

  • Blue Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม” เป็นแนวทางดำเนินธุรกิจที่เกิดขึ้นตามมา เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันทางการตลาดแบบเดิม กลยุทธ์น่านน้ำสีครามจะไม่แข่งขัน ผลิตสินค้ารูปแบบเดียวกันป้อนสู่ตลาด ไม่เอาชนะกันด้วยสินค้าลอกเลียนแบบ แต่จะเลือกพัฒนาสินค้าของตนให้แหวกแนวไปจากที่มีอยู่ เน้นความเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดที่ไม่เคยมีมาก่อน ใช้ “นวัตกรรมใหม่” และ “ความต่าง” เป็นตัวดึงดูดความสนใจของลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์นี้เคยสร้างยอดขายถล่มทลายมาแล้วในสินค้าหลายชนิด
    แต่กลยุทธ์น่านน้ำสีครามก็ทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจต้องเหนื่อยกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อวิ่งหนีคู่แข่ง ซึ่งนั่นคือการหนีที่ไม่มีวันสิ้นสุด

ตัวอย่างBlue Ocean Strategy เช่น "บิวเกตต์" ที่สามารถคิดสร้างบริษัทซอฟต์แวร์ขึ้นมา ในขณะที่ชาวโลกยังไม่มีใครรู้จักซอฟ์ตแว์ร์แม้แต่สักคนเดียว จนในที่สุดเขาคือหนึ่งในผู้ที่ทรงพลังระดับโลก

  • White Ocean Strategy กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว”การกำหนดพื้นฐานการบริหารองค์กร แบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์การดำเนินงาน ไปจนถึงแนวทางในการปฏิบัติทุกภาคส่วนขององค์กร ตั้งแต่การบริหารงานบุคคล การตลาดและการขาย การปฏิบัติการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยคำนึงถึงภาพกว้างของ People, Planet, Profit และ Passion เป็นแรงขับเคลื่อนในการบริหารงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่พันธกิจ วิสัยทัศน์ นโยบาย การผลิต การบริหาร การตลาด การสื่อสาร การบริหารงานบุคคล ฯลฯ นับจากวันก่อเกิดองค์กร

ตัวอย่างWhite Ocean Strategy เช่น เครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) กำหนดวิสัยทัศน์ว่าในปี 2558 จะต้องเป็นผู้นำในภูมิภาค ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้า อย่างยั่งยืนให้แก่อาเซียน และชุมชนที่เข้าไปดำเนินงาน การก้าวสู่ความยั่งยืน (Sustainable Development) จะครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบบรรษัทภิบาลที่ดี

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

งานชิ้นที่ 3

Swot analysis คือ อะไร ท่านคิดว่ามีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่าง (กรุณาตอบใน Blog ของท่าน)
SWOT Analysis เป็นการวิเคราะห์สภาพองค์การ หรือหน่วยงานในปัจจุบัน เพื่อค้นหาจุดแข็ง จุดเด่น จุดด้อย หรือสิ่งที่อาจเป็นปัญหาสำคัญในการดำเนินงานสู่สภาพที่ต้องการในอนาคต
SWOT เป็นตัวย่อที่มีความหมายดังนี้

Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ
Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ
Opportunities - โอกาสที่จะดำเนินการได้
Threats - อุปสรรค ข้อจำกัด หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์การ
หลักการสำคัญของ SWOT ก็คือการวิเคราะห์โดยการสำรวจจากสภาพการณ์ 2 ด้าน คือ สภาพการณ์ภายในและสภาพการณ์ภายนอก ดังนั้นการวิเคราะห์ SWOT จึงเรียกได้ว่าเป็นการวิเคราะห์สภาพการณ์ (Situation Analysis) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน เพื่อให้รู้ตนเอง (รู้เรา) รู้จักสภาพแวดล้อม (รู้เขา) ชัดเจน และวิเคราะห์โอกาส-อุปสรรค การวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริหารขององค์กรทราบถึงการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกองค์กร ทั้งสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้วและแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงในอนาคต รวมทั้งผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ที่มีต่อองค์กรธุรกิจ และจุดแข็ง จุดอ่อน และความสามารถด้านต่าง ๆ ที่องค์กรมีอยู่ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการกำหนดวิสัยทัศน์ การกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินตามกลยุทธ์ขององค์กรระดับองค์กรที่เหมาะสมต่อไป

ประโยชน์ของการวิเคราะห์ SWOT
การวิเคราะห์ SWOT เป็นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ทั้งภายนอกและภายในองค์กร ซึ่งจะช่วยให้เรากำหนดวิสัยทัศน์ กำหนดกลยุทธ์ เพื่อให้องค์กรนั้นๆ เกิดการพัฒนาได้ในทางที่เหมาะสม
ตัวอย่าง การวิเคราะห์ SWOT การทำธุรกิจขายของในเวป

Strengths - ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย
Weaknesses - อาจขาดความน่าเชื่อถือเพราะเป็นธุรกิจออนไลน์
Opportunities - ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ,ยุคสมัย
Threats - กฎหมายในปัจจุบันกับการทำธุรกิจ ecommerce

กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทย์ในการทำอย่างไร จงบอกขั้นตอน พร้อมอธิบายว่าท่านจะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด (ตอบใน Blog ของท่าน)
ขั้นตอน
1.ประชุมกันในกลุ่มเพื่อหาวิธีที่จะนำวัสดุ ที่ได้มาไปใช้อย่างไร
2.วางแผน
3.ลงมือปฏิบัติ
4.เมื่อทำช้างเสร็จแล้วก็ทำการตกแต่งเล็กน้อยให้เหมือนช้าง

จากกิจกรรมนี้จะประยุกต์กับเรื่อง การใช้ชีวิตในประจำวันเพราะจะใช้ในการแก้ไขสถานการณ์เร่งด่วน หรืออาจใช้ในเวลาทำงานต่างๆ เพื่อจะได้ช่วยให้งานเหล่านั้น บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานที่ 2

1. อ่านบทความ เรื่อง เรื่องการประยุกต์ใช้เครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน แล้วมีความคิดเห็นดังนี้
การนำเครือข่ายสังคมคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีนั้น มีประโยชน์อย่างมากเพราะ
1.ทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในระหว่างการติดต่อสื่อสารกันระหว่างอาจารย์ผู้สอนกับนักศึกษา
2.ลดปริมาณเอกสาร (กระดาษ) ที่ต้องใช้ในระหว่างการเรียนการสอนได้มาก
3. เป็นเครื่องมือจัดการเอกสารและข้อมูลต่างๆ ที่จำเป็นต้องใช้

4.เป็นเครื่องมือสื่อสารประชาสัมพันธ์ด้วยระบบอินเตอร์เน็ต ที่จะสามารถสื่อสารถึงผู้รับได้เร็วขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการส่งสารน้อยลง
5.ทำให้เป็นการประหยัดงบประมาณของมหาวิทยาลัยด้วย

2.อ่านแผนแม่บทฉบับที่ 2 ที่ประกาศ พ.ศ. 2512-2516 แล้วให้เขียนเสนอโครงการว่าจะทำโครงการอะไรให้สอดคล้องกับแปน ICT ดังกล่าว
โครงการที่นำเสนอคือ โครงการ ICT กว้างไกลประเทคไทยก้าวหน้า

โครงการนี้ จะเป็นการขยายโอกาศให้แก่ชนบทที่ห่างไกล ให้มีความก้าวหน้าทันตามเทคโนโลยี ให้มีการเปิดใช้งานระบบอินเตอร์เนท เพื่อให้ผู้คนในชนบทที่ห่างไกลได้รู้จักโลกที่กว้างไกลได้เรียนรู้และได้รับข้อมูลข่าวสารทันตามเหตุการณ์ เพื่อจะได้เกิดการเรียนรู้ที่กว้างขวางมากขึ้นกว่าเรียนในห้องเรียนปกติ

วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

งานชิ้นที่ 1

1.ให้นักศึกษาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย(จุดควรพัฒนา)ด้าน ICT ของ ม.อุบลฯพร้อมเสนอข้อแนะนำด้าน ICT

จุดเด่น
1.ระบบลงทะเบียนใช้งานง่าย
2.มีระบบเครือข่ายภายในพื้นที่สถานศึกษา
3.มีระบบการสอนแบบ E-learning ทำให้ทบทวนเนื้อหาและส่งงานได้สะดวก
4.สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่างๆผ่านเว็บและซิมของมหาวิทยาลัยได้
5.ระบบมีความประสิทธิภาพสูงรองรับกับกับนักศึกษาจำนวนมาก
6.มีการส่งเสริมและให้ความรู้แก่นักศึกษาด้าน ICT อยู่เรื่อยๆ ทำให้นักศึกษามีความรู้ใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ
7.มีศูนย์บริการเครื่องคอมพิวเตอร์ของมหาลัย
8.มีเครื่องมือการเรียนการสอนที่ทันสมัย เช่น คอมพิวเตอร์ เป็นต้น
9.มีอาจารย์คอยให้คำปรึกษา ที่มีความรู้ความสามรถทางด้าน ICT สูง
10.ค้นหาข้อมูลได้รวดเร็ว




จุดด้อย
1.ระบบลงทะเบียนออนไลน์เมื่อมีการผิดพลาดแล้วจะติดต่อแก้ไขข้อมูลอยากมาก
2.อยากให้การใช้งาน internetที่เร็วขึ้น
3.การเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของนักศึกษาสามารถเข้าถึงได้หลายทางทำให้ข้อมมูลไม่มีความปลอกภัย
4.อุปกรณ์ทางคอมพิวเตอร์มีเครื่องที่ชำรุดอยู่หลายเครื่องควรมีการดูแลให้เพิ่มขึ้น อุปกรณ์ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการใช้งาน
5.การติดต่อแบบไร้สาย ( Wireless)ไม่ครอบคลุมพื้นที่ทำให้ไม่สะดวกแก่การติดต่อ
6.ระบบของ มหาลัยยังไม่ค่อยสมบูรณ์
7.ระบบ reg มักมีปัญหาเวลาลงทะเบียน เข้าถึงข้อมูลได้ช้า error บ่อยด้วย
8.ระบบ reg ที่ใช้ในการลงทะเบียนปิดให้ลงทะเบียนเร็วเกินไปทั้งๆที่ยังอยู่ในช่วงการเพิ่มและการถอนอยู่
9.ซอฟแวร์ส่วนมากที่ใช้ในการสอนมักเป็นซอฟแวร์ที่มีลิขสิทธ์
10.มหาวิทยาลัยยังจำกัดความเร็วระบบอินเทอร์เน็ตในบางแห่ง


ข้อแนะนำด้าน ICT
1.ควรเพิ่มจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เพียงพอต่อความต้องการของนักศึกษา
2.ควรปรับปรุงซ่อมแซมคอมพิวเตอร์ที่ชำรุด หรืออุปกรณ์ต่างๆ
3.ควรนำใช้ซอฟแวร์ที่ถูกลิขสิทธ์ในการเรียนการสอน
4.เพิ่มฐานข้อมูลในการรองรับข้อมูลของระบบ Reg
5.เพิ่มระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล
6.ขยายช่องทางการเข้าใช้งานระบบในเวลาเดียวกันให้สามารถใช้งานได้หลาย User มากขึ้น
7.เพิ่มประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์
8.น่าจะเพิ่มระยะเวลาการเข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ในสำนักคอมพิวเตอร์ให้นานกว่านี้
9.ควรจัดตั้งบุคคลากรมาดูแลเครื่องคอมพิวเตอร์
10.เพิ่มระบบที่สามารถตรวจสอบการเข้าใช้งานระบบ เพื่อตรวจสอบการใช้งานของบุคคลผู้นั้น

2.กลยุทธ์ หรือ Strategic คือ
กลยุทธ์ หรือ Strategic คือ การวางแผนรวมหรือแผนทั้งหมดสำหรับอนาคตขององค์กร ซึ่งมีรูปแบบความต่อเนื่องและเป็นกระบวนที่ดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้งโดยผู้บริหารระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 26


ที่คอนโดของพินิจนัย หลังจากที่กลับมาจากงาน ก็นั่งดื่มเหล้าอย่างหนักคนเดียว พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เขาและศรารันพูดกัน
“ คุณเป็นเพื่อนกับเพลิงเพชร ผู้หญิงที่ฉันเกลียดที่สุดในชีวิต”
“ ที่คุณเกลียดเพชร เพราะว่าเขาแย่งคนที่คุณรักไป ใช่มั้ย! แม้กระทั่งตอนนี้ คุณเองก็ยังรักนายรติอยู่”
“ ถ้าไม่มียัยนั่น! ป่านนี้ฉันคงมีความสุขกับพี่รติไปแล้ว”

พินิจนัยโมโหปาแก้วเหล้าลงพื้น
“ ศรา! คุณยังรักนายนั่นอยู่หรือเปล่า คุณไม่เคยมีผมอยู่ในหัวใจเลยใช่มั้ย” เขาเจ็บปวดมาก ในชีวิตนี้เขายังไม่เคยคิดจะรักใครด้วยซ้ำ แต่เธอเป็นคนแรกที่ทำให้เขารู้จักคำนี้
ทันใดนั้น มือถือของเขาก็ดังขึ้น เขาไม่อยากจะรับมันเลย แต่เมื่อเห็นชื่อคนโทรมาก็ยอมรับสาย
“ มีอะไรเหรอเพชร”
มีเสียงร้องไห้ของหญิงสาว ทำให้ชายหนุ่มแปลกใจ
“ เพชร คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“ นัย …… คือเพชร….มีเรื่องอยากจะพูดกับนัย” เธอยังคงร้องไห้
“ เรื่องอะไร” พินิจนัยสงสัย
“ เกี่ยวกับศรารันและก็คุณรติ” เท่านั้นแหล่ะ ยิ่งทำให้พินิจนัยอยากรู้
“ สองคนนั้นทำไม!” ถ้าพินิจนัยได้เห็นหน้าของเพลิงเพชรตอนนี้ คงจะเห็นว่าเธอลอบยิ้มอยู่ แต่ทำเป็นเสียงเศร้า
“พูดทางนี้ คงไม่สะดวก เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เราพบกันได้มั้ย” เมื่อนัดแนะกันเรียบร้อยก็วางสายไป

เพลิงเพชรหัวเราะออกมา ชิดจันทร์มองหน้าเพื่อนของเธอ สองสาวอยู่ในห้องนอนของคอนโดชิดจันทร์
“ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเรื่องนี้จะมีนัย มาเกี่ยวข้องด้วย” ชิดจันทร์พูด
“ ถ้าเลือกได้ ฉันก็ไม่อยากให้เขามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน โดยเฉพาะกับนังศรา!” เมื่อพูดถึงชื่อศรารัน แววตาของเธอมีแต่แววเกลียดชัง
“ แล้วแกจะทำยังงัย” ชิดจันทร์ถาม
“ ฉันต้องการให้นัย เกลียดมัน เหมือนที่ฉันเกลียด และฉันจะต้องเป็นผู้หญิงที่น่าสงสารในสายตา ของเขา”
“ แก จะทำคล้ายๆกับตอนที่แย่งคุณรติมาจากยัยศรา งั้นเหรอ”
“ ใช่! แต่มันต่างตรงที่ว่า…….” เพลิงเพชรยังพูดไม่ทันจบ ชิดจันทร์ก็แทรกขึ้น
“ กับคุณรติ แกแย่งเขามาโดยที่แกไม่ได้รักเขาเลย ส่วนนัย แกรักเขา แล้วก็รักมาก! จนไม่อยากให้ใครได้นัยไป ฉันพูดถูกมั้ย”
เพลิงเพชรมองหน้าชิดจันทร์
“ เก่งมาก ยัยพลอย สมกับเป็นเพื่อนรักของฉัน!”
“แล้วแก คิดว่านัย รู้สึกอย่างไรกับยัยศรา เพราะที่แกเล่าให้ฉันฟัง ว่าตลอดเวลาที่แม่นั่น หายไป ก็ไปรู้จักกับนัย” ตรงนี้แหละที่เพลิงเพชรกลัวที่สุด
“ ไม่ว่าอย่างงัยก็ตาม ฉันไม่มีวันยอมให้นัยรักแม่นั่นหรอก!” เพลิงเพชรพูดอย่างจริงจัง
“ แล้วคุณรติล่ะ แกจะทำยังงัย” ชิดจันมร์ถาม
“ เขาหมดประโยชน์แล้วล่ะ ยัยศราไม่ได้รักเขาแล้ว เพราะฉะนั้น ฉันจะบอกเลิกเขา ก่อนที่จะไปพบกับนัย”
…………………………………
ช่วงพักเที่ยง เพลิงเพชรออกมาทานข้าวกับรติ ที่ใบหน้าของเขาตอนนี้ไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย เพลิงเพชรสังเกตเห็นตั้งแต่หลังเลิกงานเลี้ยงเมื่อวาน ตอนที่มาส่งเธอที่คอนโด เขาแทบไม่พูดอะไรเลย มองเธออย่างห่างเหิน
“ คุณ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” เพลิงเพชรสงสัย
“เปล่า” เขาตอบสั้นๆ เพลิงเพชรแอบทำหน้าเบื่อหน่าย
“ เพชรมีเรื่องอยากจะพูดกับคุณค่ะ” รติยังคงนิ่ง เพลิงเพชรพูดต่อ
“ เพชรว่า เราไม่เหมาะสมกันหรอกค่ะ ตลอดเวลาที่เพชรคบกับคุณ เพชรรู้สึกผิดตลอด ที่เป็นต้นเหตุให้ น้องศราต้องเจ็บปวด รวมถึงคุณพ่อที่ต้องมา ผิดหวังในตัวเพชร ทางที่ดี เราสองคนเลิกคบกันเถอะค่ะ แล้วมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า รติมองหน้าเธอนิ่งๆ ถ้าเขาไม่ได้ยินเธอพูดกับศรารันเมื่อคืน เขาคงจะเชื่อเธอสนิท ผู้หญิงคนนี้ช่างร้ายกาจจริงๆ!
“ ผมว่าคุณ มาสำนึกช้าเกินไปหน่อยมั้ง! ถ้าคุณคิดว่าเราไม่เหมาะสมกันตั้งแต่แรก คุณก็ไม่ควรโผล่ไปที่งานแต่งงานของผมกับศรา ผมรู้ว่ว่าผมมันโง่! เป็นผู้ชายที่โลเล มันจึงกลายเป็นเครื่องมือ ให้คุณทำร้ายจิตใจของศรา ทำร้ายความรู้สึกคุณพ่อของคุณ!” รติพูดอย่างเหลืออด
เพลิงเพชรตกใจที่รติรู้ทันเธอ
“ คุณ! พูดเรื่องอะไรของคุณ ศราฟ้องคุณงั้นเหรอ”
“ หยุดเล่นละคร เสแสร้งสักที ผมไม่ยอมหลงกลคุณอีกแล้ว ผู้หญิงร้ายกาจอย่างคุณ ผมแทบไม่อยากจะเห็นหน้าคุณอีก” รติพูดแค่นั้นก็ลุกออกจากร้านไป เพลิงเพชรรู้สึกเสียหน้าและเจ็บใจ

………………………..
ช่วงเย็นพินิจนัยมานั่งรอเพลิงเพชร ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง สักพักหญิงสาวก็เดินเข้ามา พร้อมใบหน้าที่เศร้า
“ รอนานมั้ย นัย” เพลิงเพชรทัก
“ ไม่นานหรอก สั่งอาหารก่อนสิ” เมื่อสั่งอาหารเสร็จ พินิจนัยก็เริ่มพูด
“ เพชรมีอะไรที่อยากจะบอกนัยหรือเปล่า”
เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า
“เพชรมีเรื่องอยากจะบอกนัย คือ จริงๆแล้ว เพชรเป็นพี่สาวต่างแม่ของศรา เพชรเองก็รู้ เมื่อไม่นานนี้เอง จากลุงภาค พ่อของเพชรไม่เคยอยากให้เพชรเกิดมาเลย เขาทิ้งแม่ของเพชรไปแต่งงานกับแม่ของศรา สร้างความเจ็บช้ำให้กับแม่ของเพชรมาก นัยรู้มั้ย ว่าตั้งแต่เพชรจำความได้ เพชรไม่เคยเห็นแม่ยิ้มเลย จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตท่าน” น้ำตาของเพลิงเพชรเริ่มไหล พินิจนัยรู้สึกเห็นใจ
“ แล้วเรื่องคุณรติ ทำไมเขาถึงกลายมาเป็นแฟนเพชรล่ะ เท่าที่นัยทราบ เขาเป็นคนรักของศรา”
เขาไม่อยากจะพูดประโยคนี้เลย
“ ความจริงแล้ว เพชรกับคุณรติ เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันหรอกค่ะ แต่ที่เราต้องบอกใครๆว่าเราเป็นแฟนกัน เพียงเพราะว่า ตอนนั้นคุณรติไม่แน่ใจในตัวศรา เขาทนพฤติกรรมที่เอาแต่ใจ
ของศราไม่ได้ นัยรู้มั้ย ว่าตลอดเวลาที่เพชรเข้าไปอยู่บ้านเดียวกับศรา เพชรอึดอัดใจมาก ศราคอยแต่พูดจาเหน็บแนมเพชรตลอด จนเพชรทนไม่ได้ต้องไปอยู่กับพลอย ตอนนั้นคุณรติก็เอือมระอากับนิสัยของศรา เพราะเธอชอบตามหึงหวงคุณรติกับเพชร คุณรติจึงอยากจะปลีกตัวออกจากศรา ด้วยการแกล้งคบกับเพชร……………แต่ ตอนนี้” เพลิงเพชรเว้นพูด
“ ทำไม” พินิจนัยถาม
“ คุณรติรู้ว่าศรา ยังรักเขาอยู่ และรักเขามาก เขาจึงคิดอยากจะกลับไปคบกับศราอีกครั้ง ” เพลิงเพชรแกล้งเน้นพูด ตอนนี้แววตาของพินิจนัยมีความไม่พอใจ
“ แต่ที่เพชรเครียดและไม่สบายใจ คือเพชรกลัวว่านัยจะมองเพชรเป็นคนไม่ดี แย่งคนรักของน้องสาวตัวเอง เพชรอยากให้นัยรับรู้เอาไว้ ว่าถึงแม้ศราจะเป็นน้องสาวต่างแม่ แต่เพชรก็รักเธอ ไม่เคยคิดร้ายกับเธอเลย” เพลิงเพชรเสแสร้ง เจ้าบทบาทที่สุด
“ผมไม่มีทางมองเพชร เป็นคนไม่ดีหรอก ยังงัยเราก็เป็นเพื่อนกัน” พินิจนัยพูด เพลิงเพชรแอบหงุดหงิดกับประโยคหลัง
…………………………………
ตกดึก ศรารันนอนพลิกตัวไปมา เธอนอนไม่หลับ คิดมากในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับพินิจนัย เธออยากรู้ว่าพินิจนัยคิดยังงัยกับเพลิงเพชร แต่ที่รู้แน่ๆเพลิงเพชรคิดกับพินิจนัยเกินเพื่อนแน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ศรารันก็ยิ้มออกมา
“ หึ! ฉันว่า ฉันรู้จุดอ่อนของเธอแล้ว ยัยเพลิงเพชร!”
เสียงโทรศัพท์ในห้องดังขึ้น
“ ฮัลโหล” เธอกรอกเสียงลงไป
“ ศรา……..” เสียงนี้ทำเอาเธอนิ่ง
“ พี่รู้นะว่า สิ่งที่พี่ทำมันผิดมาก แต่ตอนนี้พี่รู้แล้ว ว่าจริงๆแล้ว เพลิงเพชรใช้พี่เป็นเครื่องมือในการทำร้ายจิตใจของศรา พี่เลิกยุ่งกับเขาแล้ว ศราให้อภัยพี่ได้มั้ยครับ” น้ำเสียงของเขาฟังดูเศร้า
“ ความจริงแล้ว ถ้าพี่รติ มีความหนักแน่นในเรื่องของความรู้สึก พี่ก็คงไม่ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือได้หรอกค่ะ ถ้าจะโทษใคร พี่ควรจะโทษตัวเองนะคะ ที่ไม่หนักแน่นพอ ในเรื่องความรัก!”
ศรารันพูดเสียงนิ่งๆ ทำเอารติพูดไม่ถูก พยายามกั้นน้ำตาเอาไว้
“ พี่……..แค่อยากจะบอกว่า…. พี่…ขอโทษครับ…..” รติวางสายไปอย่างเสียใจ
ศรารันเองก็เจ็บลึกๆภายในใจเหมือนกัน เพราะอย่างน้อย รติ ก็คือคนที่เธอเคยรักมากที่สุด อยู่ๆน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา แม้ว่าพยายามจะกั้นไว้
………………….