วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา


ตอนที่ 14


“ที่นี่สวยจริงๆด้วยนะคะคุณ” คุณหญิงดรุณีพูด พลางมองไปรอบๆตัวรีสอร์ทริมเล
“ที่นี่แหล่ะ ที่จะทำให้ศรากลับมาเป็นคนเดิม ยิ่งลูกเราอยู่ห่างไกลจากสภาพแวดล้อมเดิมๆมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งดี”โยธินพูด ศรารันมองไปตรงทะเลที่งดงาม ทำให้เธอเผลอยิ้มออกมาหน่อยๆ
“สวัสดีครับ ใช่คุณโยธินและครอบครัวหรือเปล่าครับ” คุณสุชาติผู้ช่วยของพินิจนัยออกมาต้อนรับแขกที่ก่อนหน้านี้ได้ติดต่อมา
“ใช่ครับ”
“งั้นขอเรียนเชิญด้านในครับ” ทั้งหมดเดินตามสุชาติไป สุชาติแอบเหลือบมองศรารัน แล้วคิดว่าหน้าคุ้นๆ
เมื่อมาถึงที่ห้องรับรองแขกวีไอพี สุชาติให้ทั้งหมดนั่งรอสักครู่
“รอสักครู่นะครับ คุณพินิจนัยกำลังมา” สักพักพินิจนัยก็เดินมา
“สวัสดีครับ ขอโทษนะครับที่ให้รอ” โยธินและคุณหญิงดรุณีหันไปมอง อดแปลกใจไม่ได้ที่เจ้าของรีสอร์ทยังหนุ่มแถมเป็นคนหน้าตาดี ที่ถือว่าหล่อมากก็ว่าได้ ทีแรกนึกว่าอายุมาก ส่วนศรารันยังยืนเหม่อลอยมองไปทางอื่นไม่สนใจอะไร
“ไม่เป็นไรครับ คุณคือคุณพินิจนัยเจ้าของที่นี่ใช่มั้ยครับ” โยธินเอ่ยถาม
“ครับ ผมพินิจนัย”พินิจนัยตอบอย่างสุภาพ
“แหม ยังหนุ่มอยู่เลยนะคะ” คุณหญิงดรุณีพูด
“ ครับ คือคุณพ่อผมเพิ่งเสียไปไม่นาน ผมก็มารับช่วงต่อจากท่าน จากรีสอร์ทเล็กๆ ก็เริ่มขยับขยายไปเรื่อยๆ”
“ คนหนุ่มไฟแรง ก็แบบนี้แหล่ะ” โยธินเอ่ยชม แล้วก็เข้าเรื่อง
“คืออย่างที่เราทราบว่าคุณมีสปาบำบัดจิตใจคน รวมทั้งที่นี่ ก็มีสภาพแวดล้อมที่สวยงาม ผมเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยลูกสาวของผมได้” ความจริงสิ่งที่พินิจนัยรู้คร่าวๆก็คือจะมี แขกที่มีระดับ พาลูกสาวมาบำบัดจิตใจที่นี่ แต่เขาก็ไม่รู้อะไรละเอียดมาก เขามองไปทางด้านหลังหญิงสาวที่ยืนมองตรงหน้าต่างไปออกไป ตั้งแต่เขาเข้ามา ยังไม่เห็นหญิงสาวหันมาสนใจเขาแม้แต่นิด
โยธินมองไปที่ลูกสาว “ นี่ลูกสาวผมครับ เธอผ่านเรื่องสะเทือนใจมา จนไม่อยากจะรับรู้อะไรเลย แม้แต่พูด ยังไม่ค่อยจะพูดเลย” โยธินพูดอย่างทุกข์ใจ ก่อนจะมองหน้าภรรยา แล้วตัดสินใจเล่าเรื่อง
“ คือว่า ลูกสาวของผมกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่แล้ววันงานผู้ชายกลับบอกว่ารักผู้หญิงอีกคน ลูก ผมทำใจไม่ได้เพราะรักผู้ชายคนนั้นมากจึงช็อค ถึงขนาดพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่ก็รอดมาได้ จากนั้นก็มีสภาพไม่ต่างอะไรกับคนที่ไม่มีชีวิต” โยธินพูดเศร้าๆ เขาพยายามจะไม่เล่ารายละเอียดทั้งหมด พินิจนัยฟังอย่างเห็นใจ
“ ฟังดู ก็น่าเห็นใจนะครับ เอาเป็นว่าผมและทางรีสอร์ทริมเล จะดูแลและพยายามช่วยให้ลูกสาวคุณ กลับมาเป็นคนเดิม” พินิจนัยรับปากพลางมองไปที่หญิงสาว โยธินเรียกศรารันถึงสองครั้ง เธอถึงจะหันมา พินิจนัยตกใจเมื่อเห็นหญิงสาว คุณหญิงดรุณีเดินพาลูกสาวมานั่ง
“นี่ ศรารัน” ลูกสาวของผม
พินิจนัยยังตกใจไม่หาย แต่เมื่อถูกโยธินเอ่ยถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า พินิจนัยจึงรีบบอกว่าเปล่า
“ ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดีครับ ไม่ต้องห่วง” พินิจนัยยังมองศรารันไม่ห่างตา
“ฝากด้วยนะครับ ผมกับภรรยาจะแวะมาบ่อยๆ นี่ถ้าไม่ติดว่ามีงานสำคัญที่ยุโรป คงจะพักที่นี่ สักสองสามวัน ผมกับภรรยาชอบที่นี่มากๆ”
“ดิฉันให้นิ่ม สาวใช้ของดิฉันตามมาอยู่ดูแลศราด้วย หวังว่าคุณคงไม่ว่านะคะ” คุณหญิงพูด
“ ยินดีครับ” พินิจนัยตอบรับ เมื่อจัดการเรื่องธุระทุกอย่างเรียบร้อย โยธินกับคุณหญิงก็กลับไป


ห้องพักของศรารันถูกจัดขึ้นเป็นพิเศษ เป็นห้องที่เห็นวิวของทะเลได้ชัดเจน
ตอนนี้พินิจนัยปล่อยให้ศรารันพักผ่อนไปก่อน เขาออกมาคุยกับสุชาติ
“ ผู้หญิงคนนี้แหล่ะครับ ที่ลงหนังสือพิมพ์ ที่ผมเล่าให้คุณนัยฟังเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน
“ โลกมันช่างกลมดีแท้” พินิจนัยบ่นพึมพำ
“คุณนัยว่าอะไรนะครับ”สุชาติได้ยินไม่ถนัด
“ผมเคยเจอผู้หญิงคนนี้ครั้งหนึ่งครับ คนที่ขับรถเสยท้ายรถของผม”
“ แหม บังเอิญ จังเลยนะครับ เอ๊ะ หรือนี่รึเปล่าที่เขาเรียกว่าพรหมลิขิต” สุชาติพูดแซวยิ้มๆ พินิจนัยขำกับท่าทีของสุชาติ
“ไร้สาระน่า พรหมลิขิต อะไรกัน ผมว่าอาจจะโชคร้ายก็ได้ ขนาดเจอกันครังแล้วก็ไม่ดีซะแล้ว”
“อ้าว คุณนัยไม่เคยได้ยินหรือครับ กับประโยคที่ว่า เริ่มต้นด้วยร้าย ลงท้ายด้วยรัก” พินิจนัยจึงหัวเราะหน่อยๆ พลางส่ายหัว
…………………………………
ศรารันตื่นแต่เช้า ออกไปเดินเล่นริมทะเลรับอากาศสดชื่น แต่ยังมีใบหน้าที่เศร้า ตั้งแต่วันเกิดเหตุ ไม่มีวันไหนที่เธอไม่ทุกข์ แต่เธอก็พยายามที่จะปฏิเสธการรับรู้ใดๆ แต่การที่ได้มาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ทำให้เธอค่อยยังชั่ว พินิจนัยเห็นเธอพอดี จึงเดินตรงเข้ามา
“ตื่นแต่เช้าเลยนะครับ”
ศรารันเงียบไม่ตอบ และไม่หันมามอง
พินิจนัยจึงพูดต่อ “ น่าแปลกจริงๆเลยนะครับ ครั้งแรกที่ผมพบคุณคราวก่อน กับครั้งนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนๆเดียวกัน” ศรารันหันมามองหน้าพินิจนัย สีหน้าของเธอเหมือนคิดอะไรอยู่
“ ผู้หญิงคนนั้นดูมีชีวิตชีวา น่าสนใจ แต่ผู้หญิงคนที่ยืนกับผมตรงนี้ เหมือนไร้วิญญาณ ถ้าผมเป็นผู้ชายคนนั้น ก็คงจะไม่เลือกคุณ” ประโยคนี้ ทำให้ศรารันขมวดคิ้ว
พินิจนัยเริ่มเห็นว่าศรารันไม่พอใจก็ยิ่งพูด
“ ทำไมถึงยอมให้ ผู้ชายคนเดียวมาทำลายชีวิตคุณแบบนี้ ผมว่า ถึงแม้คุณจะประชดตัวเองแบบนี้ ผู้ชายคนนั้นก็ไม่กลับมาหาคุณหรอก” ศรารันเริ่มโมโห
“คนโง่ เท่านั้นแหล่ะ ที่ยอมฆ่าตัวตายเพราะผิดหวังในความรัก”
“นี่คุณ!” ในที่สุดพินิจนัยก็ทำให้ศรารันยอมพูดออกมา แม้ว่าจะเป็นในแง่ทะเลาะกัน แต่อย่างน้อยเธอก็จะได้ปลดปล่อยออกมาบ้าง
“กล้าดียังไงมาว่าฉัน!”
“ผมก็พูดไปตามความรู้สึกของผม ผมว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดหรอก คนระดับเดียวกับคุณ พวกชนชั้นไฮโซของพวกคุณคงจะพูดกันสนุกปากทั้งนั้น”
“คุณไม่มาเป็นฉัน คุณไม่รู้หรอก ว่าฉันรู้สึกอย่างไร” ศรารันพูดน้ำตาพลางจะไหล
“ครับ ผมไม่รู้หรอก แต่ถ้าผมเป็นคุณ ผมจะยืนหยัดอย่างสง่า ไม่ยอมให้ใครมาซ้ำเติมหรือเวทนาผมได้ ดีซะอีกที่คุณรู้ความจริงว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้รักคุณ ก่อนที่จะสายไป คุณลองคิดดูสิ ถ้าคุณมารู้ทีหลังมันจะเป็นยังไง ผู้ชายไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะคุณ คุณทำเหมือนกับว่าผู้ชายได้หมดโลกไปแล้วยังนั้นแหล่ะ” ประโยคหลังเขาพูดกวนๆ ศรารันมองค้อนใส่ พลางคิดในใจ ไอ้ผู้ชายบ้า ทีแรกก็พูดดีอยู่หรอก ตอนนี้กลับมาพูดกวนๆเหมือนเดิมอีกแล้ว
“คุณ นี่ มันชอบพูดจากวนประสาทจริงๆเลยนะ ตั้งแต่วันแรกแล้วนะ แล้วก็ยังโทรมากวนฉันอีก” ศรารันพูดอย่างโมโหหบ่อยๆ
พินิจนัยมองแล้วก็ทำหน้ากวนๆ
“หือ นี่คุณยังจำได้ด้วยหรือเนี่ย ผมนึกว่าคุณคงจะลืมผมไปแล้ว แหม ที่แท้ไอ้เรามันก็น่าจดจำด้วยแฮะ” พินิจนัยพูดยิ้มๆ ศรารันส่ายหัว
“ไอ้บ้า ติงต๊อง หรือเปล่าเนี่ย ที่ฉันจำได้ ก็เพราะคนกวนๆ บ้าๆ ที่ฉันรู้จักก็มีนายนั่นแหล่ะ” ศรารันพูดจบก็เดินหนี พินิจนัยเดินตาม “เดี๋ยวคุณ วันนี้ผมจะพาคุณไปที่สปาของผม ไปบำบัดหัวใจ เอ้ย จิตใจ สักหน่อย” ศรารันหยุดเดินหันมามองตาขวาง
“ อยู่ติดกับรีสอร์ทของผมเลย เดินแป๊บเดียวก็ถึง รับรองว่าคุณต้องผ่อนคลายแน่ๆ”
“ก็ได้” ศรารันยอมเดินตามพินิจนัยไป

ในใจเรา



ตอนที่ 13



ที่คอนโดของชิดจันทร์ สองสาวกำลังหัวเราะอย่างมีความสุข
“ฉันอยากจะให้แกเห็นสภาพของนังศรา ยิ่งตอนที่คุณรติบอกรักฉัน หน้านังนั่นเหมือนคนไร้วิญญาณ ฉันล่ะสะใจที่สุด” เพลิงเพชรพูดอย่างสมใจ
“ป่านนี้คงยังช็อคไม่หายละมั้ง” ชิดจันทร์พูดไปหัวเราะไป “แล้วนี่แกจะเอายังไงต่อไป”
“คอยดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า” เพลิงเพชรตอบ
………………………………….
ในห้องนอนของศรารัน ปิดไฟมืดสนิท ไม่ให้ใครมารบกวน เธอน้ำตาไหลพลางคิดถึงตอนที่รติ บอกว่ารักเพลิงเพชร ประโยคนี้มันทำให้เธอเจ็บจนอยากจะตาย ศรารันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว เพราะรติหมดรักเธอแล้ว ศรารันหยิบกินยานอนหลับไปจำนวนมาก จนช็อค คุณหญิงดรุณีเข้ามาพอดีเพราะเป็นห่วงลูก ตกใจกับภาพตรงหน้า กรี๊ดลั่นบ้าน คนในบ้านแตกตื่น รวมทั้งโยธิน ทั้งสองรีบพาศรารันไปโรงพยาบาล
“ ลูกผมเป็นอย่างไรบ้างครับคุณหมอ” โยธินถามหมอ
“ตอนนี้ ปลอดภัยแล้วครับ แต่ดูจากสภาพของเธอ เหมือนว่าจิตใจเธอจะผ่านเรื่องสะเทือนใจมานะครับ”
สามีภรรยาหันมามองหน้ากัน
ข่าวเรื่องงานแต่งงานของไฮโซที่ล่ม และการเข้าโรงพยาบาลของศรารันถูกตีลงหน้าหนังสือพิมพ์ รติที่พอรู้เรื่องก็ตามมาที่โรงพยาบาล แต่ถูกคุณหญิงดรุณีกันไว้
“อาว่ารติอย่ามาเจอกับน้องอีกเลย เพราะถ้าน้องเห็นหน้ารติ คงจะแย่ยิ่งกว่านี้”
“ผม ขอโทษครับคุณอา” รติรู้สึกผิดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกลับไป

ทางฝ่ายเพลิงเพชรที่อ่านข่าวก็ยิ้มอย่างสะใจ
“ดีจริงๆ แต่เสียดายที่แกไม่ตาย ไม่อย่างนั้นพ่อแม่แก คงจะเจ็บปวดกว่านี้” เพลิงเพชรพูดกับตัวเอง


ณ รีสอร์ทริมเล สุชาติกำลังอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ พินิจนัยก็เข้ามาทัก
“ มีข่าวอะไรบ้างครับ”
“อ๋อ ข่าวของพวกไฮโซน่ะครับ งานแต่งล่ม เพราะเจ้าบ่าวไปรักผู้หญิงอื่น เจ้าสาวก็เลยกินยากะจะฆ่าตัวตาย แต่หมอช่วยได้ทัน”
“หึ เบื่อพวกที่ชอบจะฆ่าตัวตายเพราะความรักจริงๆ ไม่รู้คิดได้ไง” พินิจนัยบ่นพลางหยิบกาแฟขึ้นมาดื่ม
“ เจ้าสาว สวยดีนะครับ คุณนัยจะอ่านมั้ยครับ”
“ไม่ดีกว่า ผมจะไปเดินเล่น” พินิจนัยเดินออกไป

ที่โรงพยาบาล ศรารันฟื้นขึ้นมาก็ไม่ยอมพูดจาเอาแต่เหม่อลอย นิ่งเงียบ ยิ่งทำให้โยธินกับคุณหญิงไม่สบายใจ
ตอนนี้ในห้องพักของศรารันไม่มีใครมาเฝ้า เพลิงเพชรเดินเข้ามาเยี่ยมพร้อมกับพวงหรีดในมือ
“ไงจ๊ะ แม่น้องสาวสุดที่รักของพี่ อยากจะตายแล้วทำไมถึงไม่ตายจริงๆซะล่ะ มีชีวิตต่อไปก็จะทุกข์ใจเปล่าๆนะ” เพลิงเพชรพูดจากวนๆ ศรารันไม่สนใจยังนั่งเหม่อลอยเหมือนไม่ได้ยิน
“ดูๆไป ก็เหมือนคนตายนะเนี่ย สภาพดูไม่ได้ โทรมจนจำแทบไม่ได้” เพลิงเพชรยังพูดต่อ
“ พี่เอาดอกไม้มาเยี่ยม ดูสิจ้ะ สวยมั้ย” เพลิงเพชรยื่นพวงหรีดให้ดู ศรารันยังนิ่ง โยธินเปิดประตูเข้ามาพอดีเห็น
“นี่มันอะไรกัน เพลิงเพชร” เพลิงเพชรหันไปมองพลางยิ้ม
“ก็มาดูความสำเร็จของตัวเองไงคะ”
“ความสำเร็จ ที่ได้ทำร้ายน้องแบบนี้น่ะหรือ!” โยธินโมโห
“ใช่!” เพลิงเพชรขึ้นเสียง
“ฉันรอวันนี้มานานแค่ไหนรู้มั้ย สภาพของมันตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแม่ของฉันตอนที่ท่านมีชีวิตอยู่ ท่านต้องทนทุกข์มากแค่ไหน ตั้งแต่ฉันเกิดมา ฉันยังไม่เคยเห็นแม่ยิ้มสักครั้ง! แต่ไอ้คนที่มันทำให้แม่ทุกข์กลับอยู่สบายมีความสุขดี ฉันเกลียดคุณ เกลียดครอบครัวของคุณ จริงๆแล้วฉันไม่เคยคิดว่าคุณเป็นพ่อฉันสักครั้ง” เพลิงเพชรระเบิดอารมณ์ออกมา แววตามีแต่ความแค้นและชิงชังคนตรงหน้า โยธินนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออก “ เพลิงเพชร” พยายามจะเปล่งเสียงออกมา เพลิงเพชรโยนพวงหรีดไปที่ศรารันก่อนจะเดินออกไป เจอคุณหญิงดรุณีที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดตรงประตู เพลิงเพชรมองค้อนใส่ คุณหญิงได้แต่มองอย่างนิ่งๆ
“มันคงเป็นกรรมที่เราควรจะได้รับ ที่เคยทำไว้กับภาวัน” คุณหญิงพูดกับโยธิน พลางมองไปที่ศรารัน
………………………..
นับวันรติก็คบกับเพลิงเพชรอย่างเปิดเผย พาออกงานต่างๆ อย่างออกหน้าออกตา จนเป็นคู่รักที่คนในแวดวงไฮโซสนใจ ส่วนศรารันนับวันสภาพก็ยิ่งแย่ ไม่ยอมพบปะผู้คน พูดจาน้อยมาก ถามคำตอบคำ จนคนเป็นพ่อแม่ก็ทุกข์ไปด้วย มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอออกงานผู้คนก็พากันซุบซิบ นินทา ว่าเธอโทรมมากๆ ไม่เหมือนแต่ก่อน ไม่พูดจาเลยชอบเหม่อลอยตลอด คุณหญิงจึงไม่พาเธอออกงานอีกเลย
“ ฉันทนไม่ได้แล้วนะคุณ ขืนปล่อยลูกเราไว้แบบนี้ ก็ยิ่งแย่” คุณหญิงดรุณีปรึกษาสามีอย่างเครียดๆ
“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหล่ะ” โยธินเห็นด้วย โทรทัศน์เปิดอยู่พอดี เป็นรายการท่องเที่ยว มีโฆษณา เกี่ยวกับความงามของรีสอร์ทริมเล และสปาบำบัดจิตใจ ทั้งสองฟังอย่างสนใจ ศรารันเดินมาพอดี มองโทรทัศน์ พลางพูดขึ้นลอยๆ
“สวยจัง” ทั้งสองหันมามองลูกสาว แล้วกลับมามองหน้ากันเองเหมือนคิดอะไรตรงกัน
…………………………………………

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา



ตอนที่ 12


ตอนเช้าของการหมั้นระหว่างรติกับศรารัน พิธีหมั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดี สมาชิกครอบครัวของทั้งสองฝ่ายมากันครบ ยกเว้นเพลิงเพชร รติแอบควานสายตามองหาเพลิงเพชรตลอด
เมื่อใกลึถึงพิธีตอนเย็น รติแต่งตัวอยู่ เขากำลังคิดถึงผู้หญิงอีกคนอยู่
“รติได้เวลาแล้วลูก” คุณหญิงรินดามาตามลูกชาย
“ครับคุณแม่”
เมื่อลงมาเจอกับศรารัน วันนี้เธอเป็นเจ้าสาวที่สวยมาก ดูเธอจะมีความสุขมาก ได้เวลาขึ้นเวทีแล้ว
พิธีกรกล่าวเรียนเชิญเจ้าบ่าวเจ้าสาวขึ้นเวที
“ขอเชิญเจ้าบ่าวพูดอะไรหน่อยครับ”
“คือ ผมอยากจะขอบคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ได้มาร่วมงานแต่งของเราสองคน ขอบคุณครับ” รติพูดสั้นมาก
“สงสัยเจ้าบ่าวจะเขิน” พิธีกรแซว “งั้นขอเชิญเจ้สาวครับ”
“วันนี้ศรามีความสุขมากๆ ที่ได้แต่งงานกับคนที่ศรารัก ขอขอบคุณทุกท่านมากๆนะคะที่มางานของเรา ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ด้วย ศรารักคุณคุณแม่มากๆค่ะ” แขกในงานปรบมือเสียงดัง
“ได้เวลาที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะจดทะเบียนสมรสแล้วขอเชิญทุกท่านเป็นพยานด้วยครับ” พิธีกรพูด
รติจับปากกาอยู่นานจนศรารันถาม “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“เปล่าครับ” รติกำลังจะเซ็น แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังก่อน
“ไม่ได้นะคะ คุณจะแต่งงานกับคนที่คุณไม่ได้รักได้หรือคะคุณรติ คุณจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่คุณไม่ได้รักเขาไปตลอดชีวิตได้หรือคะ” เพลิงเพชรนั่นเอง เธอเดินมาที่รติ
“นี่มันอะไรกัน เพลิงเพชร” โยธินเอ่ยถาม
ศรารันไม่พอใจ “เธอพูดเรื่องอะไรของเธอ”
เพลิงเพชรมองมาที่ศรารัน
“คุณรติไม่ได้รักเธอแล้ว”
“ไม่จริง! เธอโกหก พี่รติบอกเพลิงเพชรไปสิคะ ว่า พี่รักศรา”
รตินิ่ง เขากำลังสับสน
“ งั้นคุณบอกฉันมาสิคะ ว่าคุณไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย ถ้าคุณพูดว่าไม่ได้คิดอะไรกับฉัน ฉันคิดไปเองฝ่ายเดียว ฉันก็จะออกไปจากชีวิตคุณ เราสองคนจะไม่ได้พบกันอีกตลอดชีวิตนี้ ฉันจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับคุณอีก” เพลิงเพชรพูดเสียงเศร้า เมื่อเห็นรติเงียบเธอก็น้ำตาไหล แล้วหันหลังกลับเดินช้าๆ
“เดี๋ยวก่อน!” รติเอ่ยเรียก เพลิงเพชรชะงักแต่ยังไม่ยอมหันกลับมา
“ผมรักคุณ เพลิงเพชร” ประโยคนี้ทำเอาทุกคนในงานช็อค โดยเฉพาะศรารัน
เพลิงเพชรหันกลับมา รติวิ่งเข้าไปก่อนเพลิงเพชรต่อหน้าทุกคน
“ตาติ ทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก” คุณหญิงรินดาอยากจะเป็นลม
“ไอ้ติ แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าแก ทำอะไร” คุณพิทักษ์ต่อว่าลูกชาย
“ผมขอโทษครับพ่อ ผมขอโทษนะครับคุณอา น้องศรา พี่ไม่สามารถแต่งงานกับน้องได้ เพราะหัวใจของพี่เป็นของเพลิงเพชรไปแล้ว” ศรารันช็อคจนพูดไม่ได้ น้ำตาไหลพราก เหมือนคนเสียสติ ดั่งวิญญาณ ได้ออกจากร่าง ทั้งๆที่ลมหายใจยังอยู่ เธอไม่พูดแม้แต่คำเดียว เดินออกไปจากงานด้วยสายตาเหม่อลอย
“ศรา” คุณหญิงดรุณีเดินตามลูกสาว แต่ส่งสายตาโกธรๆมาที่รติ
“ อาเสียใจมากนะรติ” ประโยคนี้โยธินพูดกับรติ ส่วนอีกประโยค
“ พ่อไม่นึกเลยว่า ลูกจะทำได้ถึงเพียงนี้เพลิงเพชร” โยธินเจ็บจนพูดต่อไม่ไหว ก่อนเดินจากไป เพลิงเพชรแอบสะใจ ที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
“กลับไปบ้าน เรามีเรื่องต้องพูดกันยาว” พิทักษ์พูดก่อนจะพาภรรยาออกไป
รติรู้สึกผิด เป็นอันว่างานถูกยกเลิก
……………………………………
ความจริงแล้วเพลิงเพชรได้ขนข้างของออกไป อยู่คอนโดกับเพื่อนของเธอตั้งแต่ทุกคนไปงานเลี้ยงที่โรงแรมช่วงเย็นแล้ว โยธินกับคุณหญิงดรุณีเพิ่งทราบ หลังจากกลับมา และพาศรารันขึ้นไปพักบนห้อง
“ฉันสงสารลูกค่ะคุณ” คุณหญิงพูด
“ผมก็เหมือนกัน ลูกสาวคนหนึ่งต้องมาเจ็บปวดเพราะลูกสาวอีกคนของผม คุณหญิงได้แต่เงียบ เพราะไม่อยากพูดถึง
ที่บ้านของรติ หลังจากที่รติแยกย้ายกับเพลิงเพชร พอกลับมาที่บ้าน ก็ถูกพิทักษ์ตบหน้า
“แก นี่มันแย่ ไม่สมกับป็นลูกฉัน แกทำแบบนี้ได้ยังไง”
“ผมขอโทษ แต่ผมรักเพลิงเพชร”
“หยุดพูดสักที ! หยุดพูดถึงผู้หญิงคนนั้นสักที ถึงแม้ว่า เธอจะเป็นลูกคุณโยธิน แต่ฉันก็รับไม่ได้ เพราะว่าแกเพิ่งจะทำร้ายจิตใจลูกของเขาอีกคน ที่รักและซื่อสัตย์ต่อแก ฉันถามจริงๆเถอะแกทำได้ยังไง!” คุณพิทักษ์โมโหมากส่วนคุณหญิงรินดาก็เสียใจ จนไม่อยากที่จะพูด ให้สาวใช้ในบ้านพาขึ้นไปพักบนห้องนอน
“ผม ….”รติไม่รู้จะพูดยังไงได้แต่อ้ำอึ้ง
“ต่อไปนี้ แกจะทำอะไรมันก็เรื่องของแก ฉันไม่อยากยุ่ง!” พิทักษ์เดินออกไป
รติเครียดหนัก พยายามโทรหาศรารันแต่ก็ปิดเครื่อง




ในใจเรา



ตอนที่ 11


เกือบจะหกโมง รติมานั่งดูพระอาทิตย์ขึ้นอยู่คนเดียวพลางคิดอะไรไปเรื่อยๆ ระหว่างเขากับศรารัน ยังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับศรารัน เพื่อไม่ให้เกิดความยุ่งยาก แม้ในหัวใจตอนนี้ของเขาไม่ได้มีเพียง ศรารันคนเดียวเหมือนเดิมแล้ว แต่เขาจะพยายามหักห้ามใจ ไม่ให้คิดอะไรกับเพลิงเพชรไปมากกวานี้ ระหว่างที่คิดอยู่เพลิงเพชรก็เดินเข้ามาทางด้านหลัง
“ พระอาทิตย์ขึ้น สวยจังเลยนะคะ”
“ครับ สวยมาก” รติรับ
“น่าแปลกนะคะ ทั้งๆที่เป็นอาทิตย์ดวงเดียวกัน แต่กลับมีความงามแตกต่างกันในแต่ละที่ที่เรามองมัน”
“นั่นสิครับ มีความงามที่แตกต่างกันแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือเมื่อมองไปนานๆก็จะทำให้เราแสบตา จนไม่อยากที่จะมองมัน”
“ก็เหมือนบางสิ่ง ที่ดูเผินๆไม่ได้หรอกค่ะ เพราะสิ่งๆนั้นอาจไม่ดีอย่างที่คิด” เพลิงเพชรพูดเป็นนัยๆ
“คุณนี่ก็มีอารมณ์ กวีเหมือนกันนะครับ”รติแซว
“หรือคะ เออ แล้วนี่เราจะกลับตอนไหนคะ”
“ประมาณบ่ายครับ ตอนสายจะมีสมนาอีกรอบ กลางวันทานอาหารที่เขาเตรียมไว้ จากนั้นก็คงเดินทางกลับ”
เพลิงเพชรนิ่งไปสักพัก ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าเศร้า
“อีกอาทิตย์ คุณก็จะได้เป็นเจ้าบ่าวแล้วนะคะ ฉันขอแสดงความยินดีล่วงหน้านะคะ” รติพูดด้วยเสียงเรียบๆ
“ขอบคุณครับ”
“คุณศรา เป็นผู้หญิงที่โชคดีจังเลยนะคะ มีทั้งครอบครัวที่อบอุ่น มีคนรักที่แสนดี ถ้าเทียบกับฉันแล้ว คงสู้เธอไม่ได้สักอย่าง” เพลิงเพชรทำเป็นน่าสงสาร จนรติเชื่อสนิท
“ไม่หรอกครับ คุณเองก็เป็นผู้หญิงที่เก่ง ใครอยู่ใกล้ก็อดที่จะรักไม่ได้” รติพูดด้วยความรู้สึก
“จริงหรือคะ”เพลิงเพชรมองหน้ารตินาน จนรติต้องหลบสายตา เพลิงเพชรแอบยิ้มสะใจ
“แล้วคุณล่ะคะ ไม่คิดจะรักฉันหรือคะ”
“เพลิงเพชร!” รติไม่คิดว่าจะได้ยินเพลิงเพชรพูดประโยคนี้
“ คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอกค่ะ แค่ฟังฉันก็พอ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันจะพูดมันเป็นสิ่งไม่ควร แต่ฉันก็แค่อยากให้คุณรับรู้ไว้ ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันรักคุณค่ะ รักโดยไม่ต้องการที่จะเห็นคุณมารักฉันตอบ แค่ฉันเห็นคุณมีความสุขที่ได้แต่งงานกับคนที่คุณรักอย่างคุณศราฉันก็มีความสุขแล้วค่ะ” พูดจบเพลิงเพชรก็รีบเดินออกไป รติยังตะลึงกับสิ่งที่ได้ยินอยู่ พอตั้งสติได้ก็วิ่งตามออกไป เรียกชื่อเพลิงเพชร มาวิ่งทันอีกทีก็ตอนที่เพลิงเพชรหยุดวิ่ง แล้วมองไปข้างหน้า ภาพตรงหน้าก็ทำให้ตะลึงไม่แพ้กัน ศรารัน!
“ศรา!” รติพูดอย่างตกใจ เพลิงเพชรซึ่งยืนอยู่ใกล้กับศรารัน ทั้งสองมองหน้ากัน เพลิงเพชรแอบยิ้มเยาะเย้ยให้ศรารัน
“ที่แท้ พี่รติก็อยู่กับแม่นี่จริงๆด้วย” ศรารันพูดอย่างโมโห
“ศรา คือพี่ กับเพลิงเพชรมาสมนา…..” รติพูดไม่ทันจบ ศรารันก็ขัดขึ้น
“ไม่ต้องพูดแล้ว พี่รติกับมันทำอะไรบ้างอย่าคิดว่าศราไม่รู้เรื่องนะ” พูดจบศรารันก็หยิบรูปที่ล้างมาให้รติดู รติงงว่าภาพมันถูกถ่ายได้อย่างไร
“ภาพมันถูกส่งมาให้ศรา! อยากรู้มั้ยคะว่าภาพมันมาได้ไง พี่ก็ลองถามมันดูสิ!” รติชี้ไปที่เพลิงเพชร ซึ่งเพลิงเพชรก็ตีหน้าเศร้าไร้เดียงสา
“อะไรกันคะ คุณศรา ฉันไม่รู้เรื่องนะคะ ทำไมคุณถึงใส่ร้ายฉันแบบนี้ ฉันรู้นะคะว่าคุณเกลียดฉันมาก ที่อยู่ๆฉันก็เข้ามาในชีวิตครอบครัวของคุณ แต่ฉันอยากให้คุณรู้ไว้ว่าฉันรักคุณ เพราะคุณคือน้องสาวของฉัน” เพลิงเพชรเรียกน้ำตาได้เนียนสุดๆ จนรติหลงเชื่อ
“ศรา พี่ว่าน้องคงเข้าใจเพลิงเพชรผิด บางทีรูปพวกนี้อาจจะเป็นคนที่ไม่หวังดีกับเราก็ได้”
“หรือไม่ ก็อาจเป็นเพราะ คุณศราเองที่ส่งคนมาจับตาดูคุณรติ เพราะว่าคุณไม่ไว้ใจคุณรติ”เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า จนรติเขว มองหน้าศรารันอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“นั่นน่ะสิ หรือทั้งหมดนี่เป็นเพราะ ศราส่งคนมาคอยดูพี่” ศรารันไม่อยากจะเชื่อว่ารติจะเชื่อคำพูดของเพลิงเพชร
“ไม่จริง! พี่รติ เชื่อมันหรือคะ มันโกหก หน้าด้าน ผู้หญิงคนนี้ร้ายกาจกว่าที่พี่คิด ศราจะจัดการกับมันเอง” พูดจบศรารันก็เข้าไปตบเพลิงเพชรหลายที เพลิงเพชรไม่ได้โต้ตอบ ทำเป็นคนไม่มีทางสู้ รติต้องรีบไปห้ามแล้วจับศรารันเหวี่ยงจนล้มลง
“พี่รติ!” ศรารันน้ำตาไหลพรากตกใจไม่คิดว่ารติจะทำกับตนแบบนี้ เพลิงเพชรแอบยิ้มสะใจให้ศรารันอยู่ด้านหลัง
“พี่เข้าข้างมัน พี่ไม่เชื่อที่ศราพูด ทำไมพี่รติทำกับศราแบบนี้” ศรารันกรีดร้องเหมือนคนเสียสติ เธอเจ็บช้ำทางจิตใจมาก
“พอที่เถอะศรา อย่าทำตัวน่าทุเรศแบบนี้ ก่อนที่พี่จะหมดความอดทน ยกเลิกงานแต่งของเรา!” รติ พูดอย่างโมโห
“ไม่ ไม่! ศรายอมไม่ได้ พี่รติอย่าทิ้งศรา” เธอร้องจนหมดสติไป รติตกใจจึงวิ่งเข้ามาดู
“ศรา ศรา” เขาจึงอุ้มเธอไปไว้ที่ห้องพัก เพลิงเพชรมองตามอย่างสะใจ ชิดจันทร์ที่แอบมองเหตุการณ์อยู่เดินมาทางด้านหลัง
“กรี๊ด ยังกับคนบ้า นี่ถ้าคุณรติ ยกเลิกงานแต่งจริงๆ ฉันฟันธงได้เลย ว่ายัยนี่ต้องช็อค จนเป็นบ้าแน่ๆ”
“ดี! พ่อแม่สุดที่รักของพวกมันจะได้รู้จักว่าความทุกข์ที่แท้จริงมันเป็นยังไง” เพลิงเพชรพูดด้วยอย่างแค้นๆ
รติดูแลศรารันจนฟื้น
“พี่รติ”
“ศรา เป็นไงบ้าง” รติพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“พี่รติ อย่าทิ้งศรานะคะ ศรา จะไม่ทำตัวให้พี่เกลียดศรา นะคะ พี่รติ”ศรารันรีบพูดขอร้องรติ
“ครับ พี่จะแต่งงานกับศรา” รติรับปากเพราะสงสารศรารัน ดูท่าทางจิตใจของเธอจะย่ำแย่
………………………………..

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 10


วันนี้ทั้งวัน ศรารันไม่เป็นอันทำงาน กระวนกระวายใจที่รติ ยังไม่ยอมติดต่อมา เธอมองมือถืออยู่หลายครั้ง จนเริ่มหงุดหงิด หยิบมือถือขึ้นมากะว่าจะกดโทรออก แต่มือถือดังขึ้นเสียก่อน เจ้าตัวเห็น ว่าใครโทรมา ก็แอบยิ้ม แต่ทำเป็นเสียงนิ่ง
“ ฮัลโหล”
“ศรา คือ เรื่องเมื่อวานนี้ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจว่า ศรา” รติพูดด้วยเสียงสำนึกผิด
ศรารันนิ่งสักพัก ก่อนพูด “ช่างมันเถอะค่ะ ศราจะถือว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น” อาจเป็นเพราะเธอรักรติมาก จึงให้อภัยได้ รติจึงยิ้มออกมาได้
“แต่ พี่รติต้องรับปากศราก่อนว่าพี่ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพลิงเพชร” ศรารันพูดเสียงแข็ง
รติลังเล “ แต่ว่าพี่กับเขา ทำงานด้วยกัน แล้วจะไม่ให้ยุ่งกันได้ยังไง”
“ ก็คุยเฉพาะเรื่องงานอย่างเดียว อะไรที่ไม่เกี่ยวกับงาน ก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน”
รติรู้สึกว่าศรารันเอาแต่ใจเกินไป แต่เขาก็รับปาก แต่เขาก็รับปากเพื่อให้เธอสบายใจ
“ก็ได้ครับ” ศรารันพอใจ
………………………..

ในการทำงาน ที่บริษัทของรติ เพลิงเพชรทำงานได้ดี เพราะเธอเป็นคนที่ทำงานเก่ง สามารถเป็นผู้ช่วยของรติที่ดี จนรติ อดที่จะแอบประทับใจในตัวเพลิงเพชรไม่ได้ เขาคิดว่าเพลิงเพชรเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่ง ยามที่เขาเหนื่อยกับการทำงาน ก็จะมีเพลิงเพชรคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ
“ วันนี้ คุณเหนื่อยมามาก ฉันว่าคุณควรจะพักบ้างนะคะ ส่วนเรื่องงาน เดี๋ยวดิฉันจะช่วยเคลียร์ให้ส่วนหนึ่ง” เพลิงเพชรพูดจาอย่างอ่อนหวาน
“ขอบคุณครับ” รติตอบ พลางมองหญิงสาวที่เพิ่งออกไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมศรารันถึงไม่ชอบเพลิงเพชร ทั้งที่เธอเป็นคนดี พูดจาถึงศรารันในด้านที่ดีๆ แต่กลับกันกับศรารัน ที่มักจะพูดถึงเพลิงเพชรในแง่ลบ ศรารันมักจะบอกว่า “ เพลิงเพชร เป็นคนชอบเสแสร้ง ต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังอีอย่างหนึ่ง”
เขาจึงเกิดความไม่แน่ใจในตัวเอง และยิ่งนับวันก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของเขากับศรารัน เขาไม่อยากจะเป็นผู้ชายที่โลเล จึงพยายามจะไม่คิดอะไรกับเพลิงเพชร

และเหมือนโชคชะตาจะยิ่งแกล้งเขา มีงานสำคัญเข้ามา โดยที่เขา และ เพลิงเพชรต้องไปสมนาที่ หัวหิน ด้วยกัน
“พี่รติ จะไปสมนาที่หัวหินหรือคะ”ศรารันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังทานดินเนอร์อยู่
“ใช่ ประมาณ 3 วัน” รติตอบ
“แล้ว ไปกับใครคะ”
รติลังเล เขาจะบอกดีมั้ยเนี่ย
“กับ พนักงานอีก สองสามคน” เขาไม่บอกตรงๆ
“เหรอคะ” ดูท่าศรารันก็ไม่ได้เอะใจอะไร
…………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น สาวใช้ในบ้านวัชระ ก็ยกกระเป๋าเดินทางของเพลิงเพชรขึ้นรถ ศรารันเห็นจึงถาม
“ใครจะไปไหน หรือ นิ่ม”
“คุณเพลิงเพชร จะไปต่างจังหวัดค่ะ”
“ต่างจังหวัด” ศรารันคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ดีซะอีก ไปหลายๆวันยิ่งดี
เพลิงเพชรเดินมาพอดี มองหน้าศรารันพลางเหยียดยิ้ม จะโดนแย่งเจ้าบ่าวยังไม่รู้ตัวอีก นังโง่!
“ ถ้าไปได้แล้วไม่ต้องกลับมายิ่งดี”ศรารันพูดลอยๆ เพลิงเพชรมอง อย่างหมั่นไส้ แล้วก็เดินเชิดไป
เมื่อคนขับรถมาส่งเพลิงเพชรที่บริษัท ก็กลับไป การไปสมนาครั้งนี้มีไปเพียง สี่คน คือรติ เพลิงเพชรและพนักงานที่สำคัญของบริษัทอีกสองคน ทั้งหมดเดินทางด้วยรถตู้ของบริษัท
ระหว่างอยู่บนรถตู้ รติก็บอกถึงแผนการคร่าวๆ
“เมื่อไปถึง เราก็จะได้ห้องพักกันคนละห้อง ตอนบ่ายเรายังว่างอยู่ แต่ตอนค่ำ ทางนั้นเขาจะจัดการ์ล่าดินเนอร์ เพื่อให้พวกแขกได้พบประกัน ตอนทุ่มตรง ส่วนวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มสมนากัน ตอน 9 โมง นอกนั้นถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวทางนั้นจะบอกเราเอง”

เมื่อมาถึงโรงแรมที่หมายซึ่งติดกับชายทะเล ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าที่พักของตน หลังจากจัดของเสร็จเรียบร้อย เพลิงเพชรก็ออกมาเดินเล่นตรงสระว่ายน้ำ มองออกไปตรงทะเล เธอกำลังคิดถึงที่ๆหนึ่ง ที่เป็นทะเลเหมือนกัน รวมทั้งเจ้าของรีสอร์ทริมเล พินิจนัย เธอเคยฝันว่าอยากจะใช้ชีวิตกับเขาที่นั่น ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ รติก็เดินมาทางด้านหลัง
“คิดอะไรอยู่หรือครับ” รติทัก ทำให้เพลิงเพชรหลุดจากภวังค์
“ไม่มีอะไร หรอกค่ะ แค่คิดถึงเพื่อนสมัยเรียนน่ะค่ะ เขามีรีสอร์ทติดกับทะเลอยู่ที่ภูเก็ต ชื่อว่ารีสอร์ทริมเล ที่นั่นสวยมากๆ ตอนนี้ฉันก็ได้ยินมาว่าเขากำลังจะมีสปาสำหรับบำบัดจิตใจคนที่จิตไม่ปกติด้วยค่ะ”
“ฟังดูดีจังเลยนะครับ” รติพูดยิ้มๆ เพลิงเพชรสบตา ที่นี่แหล่ะ ที่จะเป็นโอกาสทองของฉัน
“ ฉันว่าเราไปเดินเล่นดีมั้ยคะ” เพลิงเพชรชวน
“ดีสิครับ”ทั้งสองไปเดินเล่นพูดคุยกันจนเพลิน ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็น ต้องรีบกลับมาที่พัก เพื่อแต่งตัวเตรียมไปการ์ล่าดินเนอร์


ภายในงานถูกจัดอย่างหรูหรา บรรดาแขกก็เริ่มทยอยมา รติอยู่ในงานอยู่แล้วเขากำลังพูดคุยกับคนในงาน แต่สายตาก็กวาดหาเพลิงเพชร
“ผู้หญิงคนนั้นสวยจังเลยนะครับ” คนที่กำลังพูดคุยกับเขากำลังมองไปที่ด้านหลังเขา
รติมองตาม ภาพผู้หญิงตรงหน้าสวยมาก ปกติเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเพลิงเพชรเป็นคนสวย แต่คืนนี้เธอได้แต่งตัวที่ดูดี ในชุดราตรีสีชมพู ททำให้เธอดูน่าทะนุถนอม เพลิงเพชรเดินตรงมาที่ รติ
“สวัสดค่ะ ดิฉันเป็นผู้ช่วยของคุณรติ” เธอแนะนำตนเองอย่างคล่องแคล่ว
“สวัสดีครับ แหมคุณรตินี่โชคดีจริงๆ มีผู้ช่วยสวยขนาดนี้”
เพลิงเพชรกล่าวขอบคุณ
ภายในงานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี จนงานเลิก ผู้คนก็เริ่มทยอยกลับห้องพัก รติอาสาเดินไปส่งเพลิงเพชรที่ห้อง
“ขอบคุณมากๆนะคะที่เดินมาส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เออ ฝันดีนะครับ”
“ค่ะ คุณก็เช่นกันนะคะ” เพลิงเพชรพูดแค่นั้น ก็เดินเข้าห้องไป รติจึงกลับห้องไปด้วยควมรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูก ส่วนทางเพลิงเพชรก็แอบดีใจที่แผนของเธอเริ่มจะได้ผล

…………………………………


การสมนาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมีเวลาเหลือ เพลิงเพชรก็จะชวนรติไปตระเวนเที่ยวรอบๆหัวหิน ซึ่งก็ทำให้รติมีความสุข มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เพลิงเพชรแกล้งสะดุดจะล้มลงแต่รติก็รับไว้ได้ทัน ทั้งสองก็สบตากัน ทั้งคู่เล่นน้ำทะเลด้วยกันอย่างสนุกสนาน โดนที่รติไม่รู้เลยว่าการกระทำทุกอย่างระหว่างเขาและเพลิงเพชร มีบุคคลที่สามคอยถ่ายรูปไว้ โดยเฉพาะฉากที่อาจดูเหมือนทั้งคู่สนิทกันมากเกินไป
ตกค่ำในห้องของเพลิงเพชร สองสาวกำลังสนทนาอย่างออกรส
“เป็นไง แกรูปที่ฉันถ่ายได้เรื่องมั้ย” ชิดจันทร์ถาม
“ดีเกินคาดด้วยซ้ำ ฉันอยากจะให้นังศรา มันเห็นรูปนี้เร็วๆ ว่าคนรักของมันกำลังจะถูกแย่ง” เพลิงเพชรพูดด้วยความสะใจ
“ ฉันว่า คุณรติ เขาสนใจแกมากเลยนะ”
“ผู้ชาย อย่างนายรติ ความจริงก็เป็นแค่ผู้ชายที่โลเล ไม่มั่งคงในความรัก มันถึงได้เป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นของฉัน” เพลิงเพชรพูดด้วยเสียงเหยียดๆ
“นั่นน่ะสิ ตอนแรกก็เห็นว่ารักยัยศรานักหนา ขนาดจะแต่งงานอยู่แล้ว ยังนอกใจกันได้” ชิดจันทร์เห็นด้วย
“ฉันรู้อะไรแล้ว เดี๋ยวส่งรูปนี้ให้นังศราทางเมล์เลยละกัน รับรองพรุ่งนี้ต้องตีปีกมานี่แน่ๆ” เพลิงเพชรพูดอย่างเดาเหตุการณ์ออก
“ก็ได้” รูปถูกส่งเรียบร้อย เพลิงเพชรกดมือถือหาศรารัน
“สวัสดีค่ะ ศราพูดค่ะ” ศรารันรับสายด้วยไม่รู้ว่าเป็นเบอร์ใคร
“รู้แล้วล่ะ ว่าเป็นเธอพูด ไม่งั้นไม่โทรไปหรอก” เพลิงเพชรพูด
“เพลิงเพชร! มีอะไร!” ศรารันเริ่มเสียงเครียด
“ฉันส่งเมล์อะไรไปให้เธอดูแน่ะ ลองเปิดดูสิ เผื่อจะได้หายโง่!” พูดเท่านี้เพลิงเพชรก็ตัดสายทิ้ง
แล้วหัวเราะกับชิดจันทร์สองคน

ทางฝ่ายศรารันก็ไปเปิดเมล์ดู เมื่อเห็นภาพที่ดูจะสนิทสนมเกินเหตุระหว่างรติกับเพลิงเพชร ก็โมโห กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด จนแทบจะสิ้นสติ
“ที่แท้ พี่รติ กับเพลิงเพชรก็ไปด้วยกัน!” ศรารันอยากจะขับรถไปหารติตอนนี้แต่เธอคิดว่ารอให้เช้าก่อนดีกว่า แต่เธอก็รู้ว่าจิตใจกำลังร้อนรุ่ม
………………………………

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 9
พอตอนบ่ายรติกับเพลิงเพชรกลับมาก็พบศรารันรออยู่ ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง“อ้าว น้องศรา มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” รติทัก“ ตั้งนานแล้วค่ะ นี่พี่รติ ทำไมถึงไม่ยอมเปิดมือถือ” ศรารันมองอย่างโกรธๆ แล้วปลายสายตาไปที่เพลิงเพชร “แล้วนี่ พี่ยังไปทานข้าวกับคนอื่นโดยที่ไม่บอกศราสักคำ”“มือถือพี่แบตหมด แล้วอีกอย่างทุกทีที่พี่ไปทานข้าวที่ไหนกับใคร น้องศราก็ไม่เห็นสนใจนี่ครับ”รติพูดแบบสุภาพ เพลิงเพชรเห็นว่าศรารันไม่ค่อยพอใจ จึงรีบพูด“ถ้าคุณศรารัน ไม่พอใจ ที่ฉันไปทานข้าวกับคุณรติ ฉันก็ขอโทษค่ะ” เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า“ไม่ต้องทำเป็นพูดดี เธอนั่นแหล่ะที่รับโทรศัพท์พี่รติ และก็ตัดสายทิ้ง ปิดมือถือหนีฉัน หยุดเสแสร้งได้แล้ว เธอนี่มันมารยาร้อยเล่มเกวียนจริงๆ!” ศรารันพูดเป็นชุดจนรติเริ่มไม่พอใจ“หยุดสักที น้องศรา พี่กับคุณเพลิงเพชรไม่ได้มีอะไรพิเศษทั้งนั้น พี่ว่าที่เขาปิดมือถือหนีเรา ก็คงเป็นเพราะ เราไปว่าเขาใช่มั้ย” “พี่รติ!”ศรารันนึกไม่ถึงว่ารติจะพูดกับตนแบบนี้ จึงเกิดความน้อยใจ วิ่งหนีออกไป “ศรา!” รติเรียกศรารัน แต่เธอก็ไปเสียแล้ว เขาได้แต่ถอนหายใจแล้วเข้าห้องทำงานไป ส่วนเพลิงเพชรก็ลอบยิ้มด้วยความสะใจ ศรารันร้องไห้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมรติถึงไม่เข้าข้างเธอ เมื่อขับรถมาถึงบ้านก็หงุดหงิดใส่สาวใช้ในบ้าน “ มีใครอยู่แถวนี้บ้าง เอาน้ำมาให้ฉันหน่อย” เมื่อสาวใช้เอามาเสริฟ ศรารันก็ปัดแก้วทิ้ง แตกกระจาย“ชักช้าอยู่ได้ ไม่กงไม่กินมันแล้ว!” จากนั้นเธอก็เดินกระทืบเท้าขึ้นห้องไปสาวใช้อีกคนก็ออกมาดู“มีอะไรหรือแก”“ก็คุณศรา น่ะสิ ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมา ปัดแก้วน้ำแตกหมด”“พักนี้ คุณศราหงุดหงิดบ่อยมาก ฉันกลัวว่า ถ้าเป็นอย่างนี้บ่อยๆ สักวันต้องป็นโรคประสาทแน่ๆ”“บ้า แกนี่ พูดอะไรไม่รู้” ……………………………….หลังเลิกงาน เพลิงเพชรดักรอพบรติ“คุณรติคะ”“อ้าว คุณเพชร ยังไม่กลับอีกหรือครับ” “คือ ฉันไม่สบายใจเรื่อง วันนี้เลยค่ะ” เพลิงเพชรทำหน้าไม่สบายใจอย่างเนียนสุดๆ“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ มันเป็นปัญหาระหว่างผมกับน้องศราเอง” รติพยายามตอบให้อีกฝ่ายสบายใจ“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เดี๋ยวผมก็เคลียร์กับเขาเอง แล้วนี่คุณจะกลับยังไงครับ”“อ๋อ เดี๋ยวรถที่บ้านมารับค่ะ”“เหรอครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” รติขับรถออกไป เพลิงเพชรมองตาม “เคลียร์หรือ มันไม่ง่ายหรอกมั้ง” อาหารมื้อค่ำที่บ้านวัชระคุณโยธินและคุณหญิงดรุณีนั่งรับประทานอาหาร เพียงสองคน เหตุเพราะศรารันไม่ยอมลงมาทานให้เหตุผลว่าไม่หิว อยากจะนอน ส่วนเพลิงเพชรที่เพิ่งกลับมาก็ไม่ยอมทานด้วย บอกว่าทานกับเพื่อนมาแล้ว หลังจากเพลิงเพชรอาบน้ำเสร็จก็หยิบมือถือหาเบอร์คนที่เธออยากคุยด้วยมากที่สุดเมื่อปลายสายรับ“ว่าไง เพชร นึกอย่างไรถึงโทรมาหานัยเนี่ย” พินิจนัยถามอย่างอารมณ์ดี“ก็ไม่มีอะไรหรอก เพชรก็แค่คิดถึงนัยน่ะ” เพลิงเพชรพูดจากใจจริง“คิดถึง ก็มาเที่ยวหานัยสิ ที่นี่อากาศดี วิวก็สวย ชวนเพื่อนๆเรามาหลายๆคนสิจะได้สนุกๆ”“ไม่หรอก ถ้าเพชรจะไปหานัย เพชรจะไปคนเดียว นัยจะได้ดูแลเพชรคนเดียว”เพลิง เพชรพูดอย่างมีความหมาย แต่พินิจนัยไม่ได้คิดอะไรมาก “ใครมา นัยก็ต้องดูแลทั้งนั้นแหล่ะ แล้วนี่เพชรอยู่บ้านเหรอ” เพลิงเพชรนิ่งไปสักพักก่อนจะบอกว่า “ใช่” เธอยังไม่อยากให้พินิจนัยรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร เธออยากจะเป็นผู้หญิงที่ดีในสายตาของพินิจนัย“คืนนี้นอนหลับฝันดีละกัน” เพลิงเพชรพูด“เช่นกัน” พินิจนัยวางสายไปแล้ว ส่วนเพลิงเพชรก็ยิ้มให้กับมือถือ “เพชรรักนัยนะ ถ้าทุกอย่างจบลง เพชรจะต้องทำให้นัยรักเพชรให้ได้” เธอพูดอย่างกับอยากจะเป็นเจ้าของพินิจนัยเร็วๆ………………………ส่วนทางด้านพินิจนัยหลังจากวางสายไปสักพักแล้ว ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูเบอร์ที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเมมเบอร์ไว้ทำไมกัน“ศรารัน” เขากะจะโทรออก แต่ก็เปลี่ยนใจ “แล้วเราจะโทรไปทำไมวะ บ้าจริงๆเลยเรา” เขาก็วางมือถือลง แล้วนอนหลับไป

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา


ตอนที่ 8
ระหว่างที่ศรารันพูดคุยอยู่กับรติ สาวใช้ในบ้านก็เดินเข้ามา
“คุณท่านให้มาเรียนเชิญคุณรติ เข้าไปในบ้านค่ะ”
“สงสัยคุณพ่อ มีเรื่องจะพูดกับพี่รติน่ะค่ะ” เพลิงเพชรพูด
“งั้นเราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” รติชวน ทั้งสองจึงเดินไป

ในบ้าน
“ พ่ออยากจะให้รติ ช่วยอะไรหน่อย”
โยธินพูดขึ้น เมื่ออยู่ตามลำพังกับรติสองคนในห้องรับแขก
“คุณพ่ออยากจะให้ผมช่วยอะไรหรือครับ”
“ พ่ออยากจะฝากเพลิงเพชรเข้าไปทำงานกับรติหน่อย จะเป็นการรบกวนเกินไปมั้ย”
รติแปลกใจนิดหน่อย เพราะปกติเพลิงเพชรทำงาน
ให้กับคุณกำพลอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
“ได้สิครับ เรื่องแค่นี้เอง” รติรับปาก โยธินยิ้มออกมา
“ขอบใจมาก อีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ
พ่อดีใจที่จะได้รติมาเป็นลูกเขย” โยธิน พูดอย่างเอ็นดู รติยิ้มรับ
เมื่อรติกลับไปแล้ว ศรารันจึงถามโยธิน ว่าคุยอะไรกัน
“คุณพ่อคุยอะไรกับพี่รติหรือคะ”
“ไม่มีอะไรมากหรอก พ่อก็แค่ฝากพี่เพชรเข้าทำงานที่บริษัทของรติ”
“อะไรนะ! ทำไมต้องฝากเข้าทำงานที่บริษัทพี่รติด้วยคะ”
ศรารันเริ่มไม่พอใจ
“ ก็พี่เพชร เขาอยากทำงานที่นั่น พ่อเองก็ไม่ได้ถามอะไร ตามใจเขาเถอะลูก”
โยธินพูดใจเย็น
“คุณพ่อเลิกเรียก เขาว่าพี่ได้มั้ยคะ
คนอย่างเขาไม่ได้มาดีแน่ๆ คุณพ่อคอยดูก็แล้วกัน”
ศรารันพูดจบก็เดินหน้าบึ้งออกไป สวนกับเพลิงเพชรซึ่งเดินมาพอดี
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่ยอมกัน ในใจต่างไม่ชอบหน้ากัน
……………………………….
ที่บริษัทของรติ วันนี้เป็นวันแรกในการทำงานของเพลิงเพชร
รติได้ให้เพลิงเพชรมาเป็นผู้ช่วยอีกคนของเขา
เมื่อถึงตอนเที่ยงรติได้ชวนเพลิงเพชรออกไปทานข้าว
เพราะเขามีหลายเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับเพลิงเพชร
ณ ร้านอาหาร
“อาหารที่นี่อร่อยมาก คุณลองทานดูสิ” รติพูด
“ค่ะ”เพลิงเพชรรับยิ้มๆ ต่อหน้ารติเธอต้องเป็นคนดี
และน่าสงสารในสายตาของรติ
“ เออ ปกติคุณทำงานกับคุณกำพล แล้วทำไมถึง……”
รติเกรงใจที่จะถาม
“ คือ ฉันอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ ไงคะ”
เพลิงเพชรตอบ
รติยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ ผมไม่คิดเลยนะครับ ว่าคุณจะมาเป็นพี่สาวของน้องศรา”
เพลิงเพชรนิ่งไปสักครู่ เห็นได้ชัดว่าสีหน้าเปลี่ยนไป
“ ความจริง ฉันก็รู้เมื่อไม่นานมานี้เอง
ลุงฉันเพิ่งจะเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับพ่อของฉัน”
“แล้ว เป็นไงบ้างครับ ผมหมายถึงชีวิตคุณ ตอนนี้”
รติถาม เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ……… จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี”
รติไม่เข้าใจ
“หมายความว่าไงหรือครับ”
“การที่อยู่ๆ ฉันก็โผล่เข้ามาในบ้านวัชระ
มันคงจะทำให้คนที่นั่น ทำใจรับฉัน มันยาก โดยเฉพาะ ………..”
เพลิงเพชรหยุดแค่นี้ รติถาม
“ใครหรือครับ”
“ คุณศรารันค่ะ ฉัน ก็พอจะรู้ว่า เธอ คงไม่ค่อยจะชอบฉันหรอกค่ะ
ฉันมันก็แค่คนนอก เป็นส่วนเกินของครอบครัวเขา”
เพลิงเพชรเริ่มจะเรียกน้ำตา ทำให้รติเชื่อสนิท
“ผมว่า น้องศราคงไม่คิดอะไรมากหรอกครับ
เธอ คงยังปรับตัวไม่ทันมั้งครับ”
เพลิงเพชรแอบหมั่นไส้ ปกป้องกันดีนัก!
“ คงจะอย่างนั้นมั้งคะ”
เพลิงเพชรทำตัวเป็นแสนดี

ทางฝ่ายศรารันแวะมาหารติ กะว่าจะชวนไปทานข้าวกลางวัน
แต่เลขาสาวบอกว่ารติ ออกไปทานอาหารกับเพลิงเพชรแล้ว
ศรารันได้ยินก็ไม่พอใจ รีบโทรหารติ
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดอะไร ศรารันก็รีบพูดขึ้นก่อน
“ พี่รติคะ ทำไมต้องออกไปทานข้าวกับเพลิงเพชรด้วย”
“คุณรติ ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
เพลิงเพชรนั่นเอง ที่เป็นคนรับสาย เมื่อเห็บเบอร์ของศรารัน
“นี่! เธอกล้าดียังไงมารับโทรศัพท์พี่รติ”
ศรารันขึ้นเสียง
“อย่าว่าแต่รับโทรศัพท์แทนกันเลย ยิ่งกว่านี้ฉันก็จะทำ
ระวังคนของเธอไว้ให้ดีละกัน”
พูดแค่นี้เพลิงเพชรก็ตัดสายทิ้ง แล้วปิดเครื่อง เมื่อรติเดินมา
ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าถือแบตหมด
ด้านศรารัน ก็พยายามติดต่อหารติ แต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอยิ่งโมโห
“ บ้าจริงๆเลย!”
……………………………………