วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 10


วันนี้ทั้งวัน ศรารันไม่เป็นอันทำงาน กระวนกระวายใจที่รติ ยังไม่ยอมติดต่อมา เธอมองมือถืออยู่หลายครั้ง จนเริ่มหงุดหงิด หยิบมือถือขึ้นมากะว่าจะกดโทรออก แต่มือถือดังขึ้นเสียก่อน เจ้าตัวเห็น ว่าใครโทรมา ก็แอบยิ้ม แต่ทำเป็นเสียงนิ่ง
“ ฮัลโหล”
“ศรา คือ เรื่องเมื่อวานนี้ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจว่า ศรา” รติพูดด้วยเสียงสำนึกผิด
ศรารันนิ่งสักพัก ก่อนพูด “ช่างมันเถอะค่ะ ศราจะถือว่ามันไม่ได้เกิดขึ้น” อาจเป็นเพราะเธอรักรติมาก จึงให้อภัยได้ รติจึงยิ้มออกมาได้
“แต่ พี่รติต้องรับปากศราก่อนว่าพี่ จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเพลิงเพชร” ศรารันพูดเสียงแข็ง
รติลังเล “ แต่ว่าพี่กับเขา ทำงานด้วยกัน แล้วจะไม่ให้ยุ่งกันได้ยังไง”
“ ก็คุยเฉพาะเรื่องงานอย่างเดียว อะไรที่ไม่เกี่ยวกับงาน ก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกัน”
รติรู้สึกว่าศรารันเอาแต่ใจเกินไป แต่เขาก็รับปาก แต่เขาก็รับปากเพื่อให้เธอสบายใจ
“ก็ได้ครับ” ศรารันพอใจ
………………………..

ในการทำงาน ที่บริษัทของรติ เพลิงเพชรทำงานได้ดี เพราะเธอเป็นคนที่ทำงานเก่ง สามารถเป็นผู้ช่วยของรติที่ดี จนรติ อดที่จะแอบประทับใจในตัวเพลิงเพชรไม่ได้ เขาคิดว่าเพลิงเพชรเป็นผู้หญิงที่น่าทึ่ง ยามที่เขาเหนื่อยกับการทำงาน ก็จะมีเพลิงเพชรคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจ
“ วันนี้ คุณเหนื่อยมามาก ฉันว่าคุณควรจะพักบ้างนะคะ ส่วนเรื่องงาน เดี๋ยวดิฉันจะช่วยเคลียร์ให้ส่วนหนึ่ง” เพลิงเพชรพูดจาอย่างอ่อนหวาน
“ขอบคุณครับ” รติตอบ พลางมองหญิงสาวที่เพิ่งออกไป เขาไม่เข้าใจว่าทำไมศรารันถึงไม่ชอบเพลิงเพชร ทั้งที่เธอเป็นคนดี พูดจาถึงศรารันในด้านที่ดีๆ แต่กลับกันกับศรารัน ที่มักจะพูดถึงเพลิงเพชรในแง่ลบ ศรารันมักจะบอกว่า “ เพลิงเพชร เป็นคนชอบเสแสร้ง ต่อหน้าอีกอย่าง ลับหลังอีอย่างหนึ่ง”
เขาจึงเกิดความไม่แน่ใจในตัวเอง และยิ่งนับวันก็ใกล้ถึงวันแต่งงานของเขากับศรารัน เขาไม่อยากจะเป็นผู้ชายที่โลเล จึงพยายามจะไม่คิดอะไรกับเพลิงเพชร

และเหมือนโชคชะตาจะยิ่งแกล้งเขา มีงานสำคัญเข้ามา โดยที่เขา และ เพลิงเพชรต้องไปสมนาที่ หัวหิน ด้วยกัน
“พี่รติ จะไปสมนาที่หัวหินหรือคะ”ศรารันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่กำลังทานดินเนอร์อยู่
“ใช่ ประมาณ 3 วัน” รติตอบ
“แล้ว ไปกับใครคะ”
รติลังเล เขาจะบอกดีมั้ยเนี่ย
“กับ พนักงานอีก สองสามคน” เขาไม่บอกตรงๆ
“เหรอคะ” ดูท่าศรารันก็ไม่ได้เอะใจอะไร
…………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น สาวใช้ในบ้านวัชระ ก็ยกกระเป๋าเดินทางของเพลิงเพชรขึ้นรถ ศรารันเห็นจึงถาม
“ใครจะไปไหน หรือ นิ่ม”
“คุณเพลิงเพชร จะไปต่างจังหวัดค่ะ”
“ต่างจังหวัด” ศรารันคิด แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ดีซะอีก ไปหลายๆวันยิ่งดี
เพลิงเพชรเดินมาพอดี มองหน้าศรารันพลางเหยียดยิ้ม จะโดนแย่งเจ้าบ่าวยังไม่รู้ตัวอีก นังโง่!
“ ถ้าไปได้แล้วไม่ต้องกลับมายิ่งดี”ศรารันพูดลอยๆ เพลิงเพชรมอง อย่างหมั่นไส้ แล้วก็เดินเชิดไป
เมื่อคนขับรถมาส่งเพลิงเพชรที่บริษัท ก็กลับไป การไปสมนาครั้งนี้มีไปเพียง สี่คน คือรติ เพลิงเพชรและพนักงานที่สำคัญของบริษัทอีกสองคน ทั้งหมดเดินทางด้วยรถตู้ของบริษัท
ระหว่างอยู่บนรถตู้ รติก็บอกถึงแผนการคร่าวๆ
“เมื่อไปถึง เราก็จะได้ห้องพักกันคนละห้อง ตอนบ่ายเรายังว่างอยู่ แต่ตอนค่ำ ทางนั้นเขาจะจัดการ์ล่าดินเนอร์ เพื่อให้พวกแขกได้พบประกัน ตอนทุ่มตรง ส่วนวันพรุ่งนี้เราจะเริ่มสมนากัน ตอน 9 โมง นอกนั้นถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวทางนั้นจะบอกเราเอง”

เมื่อมาถึงโรงแรมที่หมายซึ่งติดกับชายทะเล ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าที่พักของตน หลังจากจัดของเสร็จเรียบร้อย เพลิงเพชรก็ออกมาเดินเล่นตรงสระว่ายน้ำ มองออกไปตรงทะเล เธอกำลังคิดถึงที่ๆหนึ่ง ที่เป็นทะเลเหมือนกัน รวมทั้งเจ้าของรีสอร์ทริมเล พินิจนัย เธอเคยฝันว่าอยากจะใช้ชีวิตกับเขาที่นั่น ระหว่างที่คิดอะไรเพลินๆ รติก็เดินมาทางด้านหลัง
“คิดอะไรอยู่หรือครับ” รติทัก ทำให้เพลิงเพชรหลุดจากภวังค์
“ไม่มีอะไร หรอกค่ะ แค่คิดถึงเพื่อนสมัยเรียนน่ะค่ะ เขามีรีสอร์ทติดกับทะเลอยู่ที่ภูเก็ต ชื่อว่ารีสอร์ทริมเล ที่นั่นสวยมากๆ ตอนนี้ฉันก็ได้ยินมาว่าเขากำลังจะมีสปาสำหรับบำบัดจิตใจคนที่จิตไม่ปกติด้วยค่ะ”
“ฟังดูดีจังเลยนะครับ” รติพูดยิ้มๆ เพลิงเพชรสบตา ที่นี่แหล่ะ ที่จะเป็นโอกาสทองของฉัน
“ ฉันว่าเราไปเดินเล่นดีมั้ยคะ” เพลิงเพชรชวน
“ดีสิครับ”ทั้งสองไปเดินเล่นพูดคุยกันจนเพลิน ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็น ต้องรีบกลับมาที่พัก เพื่อแต่งตัวเตรียมไปการ์ล่าดินเนอร์


ภายในงานถูกจัดอย่างหรูหรา บรรดาแขกก็เริ่มทยอยมา รติอยู่ในงานอยู่แล้วเขากำลังพูดคุยกับคนในงาน แต่สายตาก็กวาดหาเพลิงเพชร
“ผู้หญิงคนนั้นสวยจังเลยนะครับ” คนที่กำลังพูดคุยกับเขากำลังมองไปที่ด้านหลังเขา
รติมองตาม ภาพผู้หญิงตรงหน้าสวยมาก ปกติเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเพลิงเพชรเป็นคนสวย แต่คืนนี้เธอได้แต่งตัวที่ดูดี ในชุดราตรีสีชมพู ททำให้เธอดูน่าทะนุถนอม เพลิงเพชรเดินตรงมาที่ รติ
“สวัสดค่ะ ดิฉันเป็นผู้ช่วยของคุณรติ” เธอแนะนำตนเองอย่างคล่องแคล่ว
“สวัสดีครับ แหมคุณรตินี่โชคดีจริงๆ มีผู้ช่วยสวยขนาดนี้”
เพลิงเพชรกล่าวขอบคุณ
ภายในงานทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี จนงานเลิก ผู้คนก็เริ่มทยอยกลับห้องพัก รติอาสาเดินไปส่งเพลิงเพชรที่ห้อง
“ขอบคุณมากๆนะคะที่เดินมาส่ง”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เออ ฝันดีนะครับ”
“ค่ะ คุณก็เช่นกันนะคะ” เพลิงเพชรพูดแค่นั้น ก็เดินเข้าห้องไป รติจึงกลับห้องไปด้วยควมรู้สึกที่ดีอย่างบอกไม่ถูก ส่วนทางเพลิงเพชรก็แอบดีใจที่แผนของเธอเริ่มจะได้ผล

…………………………………


การสมนาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เมื่อมีเวลาเหลือ เพลิงเพชรก็จะชวนรติไปตระเวนเที่ยวรอบๆหัวหิน ซึ่งก็ทำให้รติมีความสุข มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เพลิงเพชรแกล้งสะดุดจะล้มลงแต่รติก็รับไว้ได้ทัน ทั้งสองก็สบตากัน ทั้งคู่เล่นน้ำทะเลด้วยกันอย่างสนุกสนาน โดนที่รติไม่รู้เลยว่าการกระทำทุกอย่างระหว่างเขาและเพลิงเพชร มีบุคคลที่สามคอยถ่ายรูปไว้ โดยเฉพาะฉากที่อาจดูเหมือนทั้งคู่สนิทกันมากเกินไป
ตกค่ำในห้องของเพลิงเพชร สองสาวกำลังสนทนาอย่างออกรส
“เป็นไง แกรูปที่ฉันถ่ายได้เรื่องมั้ย” ชิดจันทร์ถาม
“ดีเกินคาดด้วยซ้ำ ฉันอยากจะให้นังศรา มันเห็นรูปนี้เร็วๆ ว่าคนรักของมันกำลังจะถูกแย่ง” เพลิงเพชรพูดด้วยความสะใจ
“ ฉันว่า คุณรติ เขาสนใจแกมากเลยนะ”
“ผู้ชาย อย่างนายรติ ความจริงก็เป็นแค่ผู้ชายที่โลเล ไม่มั่งคงในความรัก มันถึงได้เป็นเหยื่อ เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นของฉัน” เพลิงเพชรพูดด้วยเสียงเหยียดๆ
“นั่นน่ะสิ ตอนแรกก็เห็นว่ารักยัยศรานักหนา ขนาดจะแต่งงานอยู่แล้ว ยังนอกใจกันได้” ชิดจันทร์เห็นด้วย
“ฉันรู้อะไรแล้ว เดี๋ยวส่งรูปนี้ให้นังศราทางเมล์เลยละกัน รับรองพรุ่งนี้ต้องตีปีกมานี่แน่ๆ” เพลิงเพชรพูดอย่างเดาเหตุการณ์ออก
“ก็ได้” รูปถูกส่งเรียบร้อย เพลิงเพชรกดมือถือหาศรารัน
“สวัสดีค่ะ ศราพูดค่ะ” ศรารันรับสายด้วยไม่รู้ว่าเป็นเบอร์ใคร
“รู้แล้วล่ะ ว่าเป็นเธอพูด ไม่งั้นไม่โทรไปหรอก” เพลิงเพชรพูด
“เพลิงเพชร! มีอะไร!” ศรารันเริ่มเสียงเครียด
“ฉันส่งเมล์อะไรไปให้เธอดูแน่ะ ลองเปิดดูสิ เผื่อจะได้หายโง่!” พูดเท่านี้เพลิงเพชรก็ตัดสายทิ้ง
แล้วหัวเราะกับชิดจันทร์สองคน

ทางฝ่ายศรารันก็ไปเปิดเมล์ดู เมื่อเห็นภาพที่ดูจะสนิทสนมเกินเหตุระหว่างรติกับเพลิงเพชร ก็โมโห กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด จนแทบจะสิ้นสติ
“ที่แท้ พี่รติ กับเพลิงเพชรก็ไปด้วยกัน!” ศรารันอยากจะขับรถไปหารติตอนนี้แต่เธอคิดว่ารอให้เช้าก่อนดีกว่า แต่เธอก็รู้ว่าจิตใจกำลังร้อนรุ่ม
………………………………

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 9
พอตอนบ่ายรติกับเพลิงเพชรกลับมาก็พบศรารันรออยู่ ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง“อ้าว น้องศรา มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” รติทัก“ ตั้งนานแล้วค่ะ นี่พี่รติ ทำไมถึงไม่ยอมเปิดมือถือ” ศรารันมองอย่างโกรธๆ แล้วปลายสายตาไปที่เพลิงเพชร “แล้วนี่ พี่ยังไปทานข้าวกับคนอื่นโดยที่ไม่บอกศราสักคำ”“มือถือพี่แบตหมด แล้วอีกอย่างทุกทีที่พี่ไปทานข้าวที่ไหนกับใคร น้องศราก็ไม่เห็นสนใจนี่ครับ”รติพูดแบบสุภาพ เพลิงเพชรเห็นว่าศรารันไม่ค่อยพอใจ จึงรีบพูด“ถ้าคุณศรารัน ไม่พอใจ ที่ฉันไปทานข้าวกับคุณรติ ฉันก็ขอโทษค่ะ” เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า“ไม่ต้องทำเป็นพูดดี เธอนั่นแหล่ะที่รับโทรศัพท์พี่รติ และก็ตัดสายทิ้ง ปิดมือถือหนีฉัน หยุดเสแสร้งได้แล้ว เธอนี่มันมารยาร้อยเล่มเกวียนจริงๆ!” ศรารันพูดเป็นชุดจนรติเริ่มไม่พอใจ“หยุดสักที น้องศรา พี่กับคุณเพลิงเพชรไม่ได้มีอะไรพิเศษทั้งนั้น พี่ว่าที่เขาปิดมือถือหนีเรา ก็คงเป็นเพราะ เราไปว่าเขาใช่มั้ย” “พี่รติ!”ศรารันนึกไม่ถึงว่ารติจะพูดกับตนแบบนี้ จึงเกิดความน้อยใจ วิ่งหนีออกไป “ศรา!” รติเรียกศรารัน แต่เธอก็ไปเสียแล้ว เขาได้แต่ถอนหายใจแล้วเข้าห้องทำงานไป ส่วนเพลิงเพชรก็ลอบยิ้มด้วยความสะใจ ศรารันร้องไห้ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมรติถึงไม่เข้าข้างเธอ เมื่อขับรถมาถึงบ้านก็หงุดหงิดใส่สาวใช้ในบ้าน “ มีใครอยู่แถวนี้บ้าง เอาน้ำมาให้ฉันหน่อย” เมื่อสาวใช้เอามาเสริฟ ศรารันก็ปัดแก้วทิ้ง แตกกระจาย“ชักช้าอยู่ได้ ไม่กงไม่กินมันแล้ว!” จากนั้นเธอก็เดินกระทืบเท้าขึ้นห้องไปสาวใช้อีกคนก็ออกมาดู“มีอะไรหรือแก”“ก็คุณศรา น่ะสิ ไม่รู้ไปหงุดหงิดอะไรมา ปัดแก้วน้ำแตกหมด”“พักนี้ คุณศราหงุดหงิดบ่อยมาก ฉันกลัวว่า ถ้าเป็นอย่างนี้บ่อยๆ สักวันต้องป็นโรคประสาทแน่ๆ”“บ้า แกนี่ พูดอะไรไม่รู้” ……………………………….หลังเลิกงาน เพลิงเพชรดักรอพบรติ“คุณรติคะ”“อ้าว คุณเพชร ยังไม่กลับอีกหรือครับ” “คือ ฉันไม่สบายใจเรื่อง วันนี้เลยค่ะ” เพลิงเพชรทำหน้าไม่สบายใจอย่างเนียนสุดๆ“มันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ มันเป็นปัญหาระหว่างผมกับน้องศราเอง” รติพยายามตอบให้อีกฝ่ายสบายใจ“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ เดี๋ยวผมก็เคลียร์กับเขาเอง แล้วนี่คุณจะกลับยังไงครับ”“อ๋อ เดี๋ยวรถที่บ้านมารับค่ะ”“เหรอครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”“ค่ะ” รติขับรถออกไป เพลิงเพชรมองตาม “เคลียร์หรือ มันไม่ง่ายหรอกมั้ง” อาหารมื้อค่ำที่บ้านวัชระคุณโยธินและคุณหญิงดรุณีนั่งรับประทานอาหาร เพียงสองคน เหตุเพราะศรารันไม่ยอมลงมาทานให้เหตุผลว่าไม่หิว อยากจะนอน ส่วนเพลิงเพชรที่เพิ่งกลับมาก็ไม่ยอมทานด้วย บอกว่าทานกับเพื่อนมาแล้ว หลังจากเพลิงเพชรอาบน้ำเสร็จก็หยิบมือถือหาเบอร์คนที่เธออยากคุยด้วยมากที่สุดเมื่อปลายสายรับ“ว่าไง เพชร นึกอย่างไรถึงโทรมาหานัยเนี่ย” พินิจนัยถามอย่างอารมณ์ดี“ก็ไม่มีอะไรหรอก เพชรก็แค่คิดถึงนัยน่ะ” เพลิงเพชรพูดจากใจจริง“คิดถึง ก็มาเที่ยวหานัยสิ ที่นี่อากาศดี วิวก็สวย ชวนเพื่อนๆเรามาหลายๆคนสิจะได้สนุกๆ”“ไม่หรอก ถ้าเพชรจะไปหานัย เพชรจะไปคนเดียว นัยจะได้ดูแลเพชรคนเดียว”เพลิง เพชรพูดอย่างมีความหมาย แต่พินิจนัยไม่ได้คิดอะไรมาก “ใครมา นัยก็ต้องดูแลทั้งนั้นแหล่ะ แล้วนี่เพชรอยู่บ้านเหรอ” เพลิงเพชรนิ่งไปสักพักก่อนจะบอกว่า “ใช่” เธอยังไม่อยากให้พินิจนัยรู้ว่าเธอกำลังทำอะไร เธออยากจะเป็นผู้หญิงที่ดีในสายตาของพินิจนัย“คืนนี้นอนหลับฝันดีละกัน” เพลิงเพชรพูด“เช่นกัน” พินิจนัยวางสายไปแล้ว ส่วนเพลิงเพชรก็ยิ้มให้กับมือถือ “เพชรรักนัยนะ ถ้าทุกอย่างจบลง เพชรจะต้องทำให้นัยรักเพชรให้ได้” เธอพูดอย่างกับอยากจะเป็นเจ้าของพินิจนัยเร็วๆ………………………ส่วนทางด้านพินิจนัยหลังจากวางสายไปสักพักแล้ว ก็หยิบมือถือขึ้นมาดูเบอร์ที่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าจะเมมเบอร์ไว้ทำไมกัน“ศรารัน” เขากะจะโทรออก แต่ก็เปลี่ยนใจ “แล้วเราจะโทรไปทำไมวะ บ้าจริงๆเลยเรา” เขาก็วางมือถือลง แล้วนอนหลับไป

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา


ตอนที่ 8
ระหว่างที่ศรารันพูดคุยอยู่กับรติ สาวใช้ในบ้านก็เดินเข้ามา
“คุณท่านให้มาเรียนเชิญคุณรติ เข้าไปในบ้านค่ะ”
“สงสัยคุณพ่อ มีเรื่องจะพูดกับพี่รติน่ะค่ะ” เพลิงเพชรพูด
“งั้นเราเข้าไปในบ้านกันเถอะ” รติชวน ทั้งสองจึงเดินไป

ในบ้าน
“ พ่ออยากจะให้รติ ช่วยอะไรหน่อย”
โยธินพูดขึ้น เมื่ออยู่ตามลำพังกับรติสองคนในห้องรับแขก
“คุณพ่ออยากจะให้ผมช่วยอะไรหรือครับ”
“ พ่ออยากจะฝากเพลิงเพชรเข้าไปทำงานกับรติหน่อย จะเป็นการรบกวนเกินไปมั้ย”
รติแปลกใจนิดหน่อย เพราะปกติเพลิงเพชรทำงาน
ให้กับคุณกำพลอยู่ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร
“ได้สิครับ เรื่องแค่นี้เอง” รติรับปาก โยธินยิ้มออกมา
“ขอบใจมาก อีกไม่นานเราก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ
พ่อดีใจที่จะได้รติมาเป็นลูกเขย” โยธิน พูดอย่างเอ็นดู รติยิ้มรับ
เมื่อรติกลับไปแล้ว ศรารันจึงถามโยธิน ว่าคุยอะไรกัน
“คุณพ่อคุยอะไรกับพี่รติหรือคะ”
“ไม่มีอะไรมากหรอก พ่อก็แค่ฝากพี่เพชรเข้าทำงานที่บริษัทของรติ”
“อะไรนะ! ทำไมต้องฝากเข้าทำงานที่บริษัทพี่รติด้วยคะ”
ศรารันเริ่มไม่พอใจ
“ ก็พี่เพชร เขาอยากทำงานที่นั่น พ่อเองก็ไม่ได้ถามอะไร ตามใจเขาเถอะลูก”
โยธินพูดใจเย็น
“คุณพ่อเลิกเรียก เขาว่าพี่ได้มั้ยคะ
คนอย่างเขาไม่ได้มาดีแน่ๆ คุณพ่อคอยดูก็แล้วกัน”
ศรารันพูดจบก็เดินหน้าบึ้งออกไป สวนกับเพลิงเพชรซึ่งเดินมาพอดี
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่ยอมกัน ในใจต่างไม่ชอบหน้ากัน
……………………………….
ที่บริษัทของรติ วันนี้เป็นวันแรกในการทำงานของเพลิงเพชร
รติได้ให้เพลิงเพชรมาเป็นผู้ช่วยอีกคนของเขา
เมื่อถึงตอนเที่ยงรติได้ชวนเพลิงเพชรออกไปทานข้าว
เพราะเขามีหลายเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับเพลิงเพชร
ณ ร้านอาหาร
“อาหารที่นี่อร่อยมาก คุณลองทานดูสิ” รติพูด
“ค่ะ”เพลิงเพชรรับยิ้มๆ ต่อหน้ารติเธอต้องเป็นคนดี
และน่าสงสารในสายตาของรติ
“ เออ ปกติคุณทำงานกับคุณกำพล แล้วทำไมถึง……”
รติเกรงใจที่จะถาม
“ คือ ฉันอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง ชีวิตจะได้มีรสชาติ ไงคะ”
เพลิงเพชรตอบ
รติยิ้มหน่อยๆ ก่อนจะพูดต่อ
“ ผมไม่คิดเลยนะครับ ว่าคุณจะมาเป็นพี่สาวของน้องศรา”
เพลิงเพชรนิ่งไปสักครู่ เห็นได้ชัดว่าสีหน้าเปลี่ยนไป
“ ความจริง ฉันก็รู้เมื่อไม่นานมานี้เอง
ลุงฉันเพิ่งจะเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับพ่อของฉัน”
“แล้ว เป็นไงบ้างครับ ผมหมายถึงชีวิตคุณ ตอนนี้”
รติถาม เพลิงเพชรตีหน้าเศร้า
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ……… จะว่าดีก็ดี จะว่าไม่ดีก็ไม่ดี”
รติไม่เข้าใจ
“หมายความว่าไงหรือครับ”
“การที่อยู่ๆ ฉันก็โผล่เข้ามาในบ้านวัชระ
มันคงจะทำให้คนที่นั่น ทำใจรับฉัน มันยาก โดยเฉพาะ ………..”
เพลิงเพชรหยุดแค่นี้ รติถาม
“ใครหรือครับ”
“ คุณศรารันค่ะ ฉัน ก็พอจะรู้ว่า เธอ คงไม่ค่อยจะชอบฉันหรอกค่ะ
ฉันมันก็แค่คนนอก เป็นส่วนเกินของครอบครัวเขา”
เพลิงเพชรเริ่มจะเรียกน้ำตา ทำให้รติเชื่อสนิท
“ผมว่า น้องศราคงไม่คิดอะไรมากหรอกครับ
เธอ คงยังปรับตัวไม่ทันมั้งครับ”
เพลิงเพชรแอบหมั่นไส้ ปกป้องกันดีนัก!
“ คงจะอย่างนั้นมั้งคะ”
เพลิงเพชรทำตัวเป็นแสนดี

ทางฝ่ายศรารันแวะมาหารติ กะว่าจะชวนไปทานข้าวกลางวัน
แต่เลขาสาวบอกว่ารติ ออกไปทานอาหารกับเพลิงเพชรแล้ว
ศรารันได้ยินก็ไม่พอใจ รีบโทรหารติ
ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะพูดอะไร ศรารันก็รีบพูดขึ้นก่อน
“ พี่รติคะ ทำไมต้องออกไปทานข้าวกับเพลิงเพชรด้วย”
“คุณรติ ไปเข้าห้องน้ำค่ะ”
เพลิงเพชรนั่นเอง ที่เป็นคนรับสาย เมื่อเห็บเบอร์ของศรารัน
“นี่! เธอกล้าดียังไงมารับโทรศัพท์พี่รติ”
ศรารันขึ้นเสียง
“อย่าว่าแต่รับโทรศัพท์แทนกันเลย ยิ่งกว่านี้ฉันก็จะทำ
ระวังคนของเธอไว้ให้ดีละกัน”
พูดแค่นี้เพลิงเพชรก็ตัดสายทิ้ง แล้วปิดเครื่อง เมื่อรติเดินมา
ก็ไม่ได้เอะใจอะไร คิดว่าถือแบตหมด
ด้านศรารัน ก็พยายามติดต่อหารติ แต่ก็ติดต่อไม่ได้ เธอยิ่งโมโห
“ บ้าจริงๆเลย!”
……………………………………


ตอนที่ 7


ข่าวคืนงานเลี้ยงที่บ้านวัชระก็ลงหนังสือพิมพ์หลายฉบับ โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับลูกนอกสมรสของโยธิน ที่บ้านของเพลิงเพชร เธออ่านหนังสือพิมพ์อย่างสะใจ ส่วนชิดจันทร์ก็โทรเข้ามาพอดี
“ แหม แกนี่มันร้ายจริงๆ เลยนะยัยเพชร”
“หึ นี่มันแค่น้ำจิ้ม ของจริงยังมีอีกเยอะ”
“ อะไรเหรอ”
“ฉันจะต้องเข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้นให้ได้ แค่นั้นยังไม่พอ ฉันจะทำให้น้องสาวสุดที่รัก มันรับรู้ถึงความเจ็บปวด ว่าการขาดความรักมันเป็นยังไง” เพลิงเพชรพูดด้วยความสะใจ
“หมายความว่าไง” ชิดจันทร์สงสัย
“รติ สนิทเศรณี ผู้ชายที่ศรารันรักมาก”
“หมายความว่าแก จะแย่งน้องแกเหรอ” ชิดจันทร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“แก คิดว่าไงล่ะ”
“ก็ดี แต่ แกคงไม่ได้ชอบคุณรติจริงๆช่มั้ย”
“ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขา” เพลิงเพชรพูดตามความจริง เพราะเธอรู้ว่าในใจเธอมีใคร
“ฉันก็คิดว่าแก คงไม่น่าจะรักใครได้ นอกจาก……” ชิดจันทร์หยุดพูดไว้แค่นั้น ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าเพื่อนเธอมีใครอยู่ในใจ
“ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกฉันละกัน” ชิดจันทร์ตัดบท
………………………………


หลังจากวันตรวจดีเอ็นเอ ผลได้ออกมาแล้วว่า ทั้งสองเป็นพ่อลูกกันจริงๆ ซึ่งโยธินก็ทำตามสัญญาที่รับปากไว้คือประกาศว่าตนเคยมีลูกสาวก่อนแต่งงานกับคุณหญิงดรุณี และวันนี้ก็เป็นวันที่เพลิงเพชรจะย้ายไปอยู่ที่บ้านวัชระ เธอกราบลาคุณลุงและป้าสะใภ้ที่เลี้ยงเธอมา
“แล้วเพชรจะแวะมาที่นี่บ่อยๆนะคะ”
“โชคดีนะเพชร ดูแลตัวเองด้วย” นวลบอกกับหลานสาว
“ค่ะป้า”
“มีอะไรให้ลุงช่วยก็บอกได้” ภาคพูดเรียบๆ
“คุณลุงคุณป้าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เพชรจะดูแลตัวเองให้ดีๆค่ะ” เพลิงเพชรยกมือไหว้ท่านทั้งสองแล้วขึ้นรถที่ทางบ้านวัชระส่งมารับ “เพชรจะทวงความสุขมาให้แม่ ถึงเวลาที่พวกนั้นจะต้องได้รับความทุกข์เหมือนกับที่แม่ได้รับ” เพลิงเพชรคิดในใจ

เมื่อถึงที่บ้านวัชระ คนใช้ในบ้านก็มารับกระเป๋าของเพลิงเพชรไปไว้ในห้องที่จัดไว้
“มาแล้วหรือ” โยธินออกมาทัก พร้อมกับภรรยาและลูกสาว
เพลิงเพชรยกมือไหว้โยธินเพียงคนเดียว แล้วมองไปทางสองแม่ลูกอย่างหยิ่งๆ
“พ่อให้คนจัดเตรียมห้องนอนไว้แล้ว เพชรจะขึ้นไปดูก็ได้นะ” โยธินพูดอย่างใจดี เขาต้องการจะชดเชยความรักที่ขาดหายไปแก่เพลิงเพชร
“ขอบคุณค่ะ” เธอเดินขึ้นไปด้านบนตามแม่บ้านไป โยธินจึงเดินไปด้วย
ศรารันรู้สึกเซ็งกับท่าทีของเพลิงเพชรแอบบ่นให้ดรุณีฟัง
“ดูสิคะ ขนาดคุณแม่เป็นผู้ใหญ่ ยังไม่ยกมือไหว้เลย”
“ช่างเขาเถอะลูก” ดรุณีไม่อยากถือสา เพราะคิดว่าเพลิงเพชรต้องไม่ชอบตนอยู่แล้ว
ขณะนั้นรติก็ขับรถมาหาศรารันพอดี
“พี่รติ” ศรารันดีใจ รติยกมือไหว้ดรุณี
“สวัสดีครับคุณอา”
“สวัสดีจ่ะ”
“เดี๋ยวศราพาพี่รติไปนั่งเล่นตรงสนามดีกว่า กำลังเซ็งอยู่พอดี” รติมีสีหน้างงเล็กน้อย ศรารันก็จูงแขนเดินออกไป

เมื่อถึงตรงโต๊ะนั่งเล่น รติก็เอ่ยถามศรารัน
“ศรา กำลังเซ็งอะไรอยู่ล่ะ”
“ก็ คุณพ่อน่ะสิคะ รับผู้หญิงคนนั้นเข้ามาอยู่ในบ้านแล้ว นี่ก็พากันขึ้นไปดูห้องนอน แหว่ะ น่าหมั่นไส้ ชอบทำท่าทางแปลกๆ ยัยเพลิงเพชรอะไรเนี่ย” ศรารันทำหน้าย่น
“ ไม่เอาน่า ศรา อย่างน้อยเขาก็เป็นพี่สาวเรานะ” รติพูด
“ไม่เอาหรอก ศราไม่อยากมียัยนั่นป็นพี่สักหน่อย”
รติได้แต่ส่ายหน้า “ แต่พี่ว่าเขาน่าสงสารนะ เพิ่งจะได้มาอยู่กับพ่อ ส่วนแม่ก็ตายไปแล้ว”
ศรารันเริ่มหงุดหงิด แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรมาก จึงชวนคุยเรื่องอื่นแทน


ทางฝ่ายเพลิงเพชรเมื่อ ขึ้นมาดูห้องนอนก็เดินไปรอบๆ มองผ่านไปตรงระเ บียงเห็นศรารันนั่งคุยกับรติก็ยืนมองนิ่งๆ “มีความสุขไปก่อนเถอะแก” เพลิงเพชรคิดในใจ
“เป็นไง ชอบห้องนี้มั้ยลูก” โยธินถาม เพลิงเพชรจึงหันกลับมามอง
“ค่ะ ชอบค่ะ ฉัน ชอบห้องนี้ค่ะ”
“พ่อดีใจนะที่ลูกชอบ”
“คือ ฉันมีเรื่อง อยากให้คุณ ช่วยหน่อยค่ะ”
“เรื่องอะไรล่ะ พ่อยินดีช่วยทุกอย่าง” โยธินบอกอย่างยินดี
“ฉันอยากทำงานในบริษัทของคุณรติ” เพลิงเพชรพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ
โยธินแปลกใจ
“ความจริง ลูกมาทำที่บริษัทของพ่อจะดีกว่ามั้ย”
“ไม่ค่ะ ฉันอยากทำงานที่บริษัทของคุณรติ”เพลิงเพชรบอกด้วยเสียงหนักแน่น
“ก็ได้ พ่อจะลองพูดให้ละกัน” โยธินไม่อยากจะขัดใจเพลิงเพชร แม้ว่าเขาจะรู้สึกว่าเพลิงเพชรพูดจาห่างหินกับเขา

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา




ตอนที่ 6


ทุกคนในงานหันไปพร้อมกันตามเสียงที่มา ก็เห็นหญิงสาวสวยเดินตรงมาที่หน้าเวที พร้อมรอยยิ้มที่ดูเยือกเย็น
“ เธอเป็นใคร” โยธินเอ่ยถามหน้านิ่งๆ ส่วนรติเมื่อเห็นก็จำได้ทันที “เพลิงเพชร”
ศรารันหันมามองรติแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับหันมามองผู้หญิงที่เธอเคยเจอเมื่อไม่กี่วัน
“เป็นใคร? หรือคะ ฉันชื่อเพลิงเพชร เป็นลูกสาวของผู้หญิงที่ชื่อภาวันกับผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ ที่ทิ้งเธอไปตั้งแต่เธอท้อง แล้วไม่ยอมไปทำแท้งตามที่ผู้ชายคนนั้นสั่ง หนำซ้ำผู้ชายคนนั้นยังไปแต่งงานกับเพื่อนรักของแม่ ที่ชื่อว่าดรุณี” เพลิงเพชรพูดด้วยรอยยิ้มหยันๆ เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของโยธินกับดรุณี แล้วก็พูดต่อ
“ เป็นอย่างไรบ้างคะคุณโยธิน พอจะทราบหรือยังว่าฉันเป็นใคร คุณคงนึกไม่ถึงล่ะสิ ว่ายังมีลูกสาวอีกหนึ่งคน” ผู้คนในงานต่าง พากันกระซิบกระซาบ
“นี่มันอะไรกันคะ คุณพ่อ คุณแม่” ศรารันไม่เข้าใจ
“ ว่าไงจ๊ะ น้องสาวของพี่” เพลิงเพชรยิ้มอย่างน่ากลัว ศรารันไม่พอใจ จึงพูด
“ ใครเป็นน้องเธอ ไม่ทราบ ฉันไม่มีพี่น้อง”
“ลองถามพ่อของเราดูสิจ๊ะ” เพลิงเพชรเน้นพูดเพื่อกวนอีกฝ่าย โยธินยังทำตัวไม่ถูก คุณหญิงดรุณีจึงพูดขึ้น “ มีอะไรไปพูดกันในบ้านดีกว่า พวกฉันไม่รู้จุดประสงค์ของเธอ ว่าต้องการอะไร และสิ่งที่พูดจะเป็นความจริงแค่ไหน” เพลิงเพชรมองผู้พูดอย่างเหยียดๆ
“ก็ดีเหมือนกัน เพราะแค่นี้ก็ฉาวโฉ่ ไปหลายวันในหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว” เพลิงเพชรพูดใจเย็น


ครอบครัววัชระ ต่างขอโทษแขกในงาน ที่ต้องเลิกงานก่อนเวลา เมื่อส่งแขกเรียบร้อย เหลือเพียงครอบครัววัชระรวมทั้งรติ อยู่ในห้องรับแขก กับแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างเพลิงเพชร
“ฉันจะเชื่อในสิ่งที่เธอพูดได้ยังไงกัน” โยธินเปิดฉากพูด มองหน้าหญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายกับอดีตคนรักของเขา
“ฉันยินดีให้คุณ ตรวจดีเอ็นเอ” เพลิงเพชรท้าทาย
“แล้วถ้าไม่ใช่ล่ะ” คุณหญิงดรุณีเสริม
“ฉันก็จะไม่เรียกร้องอะไร รวมทั้งกราบขอโทษพวกคุณด้วย ………แต่ฉันมั่นใจว่าไม่มีวันนั้นแน่ ถ้าผลออกมาว่าใช่ ฉันจะขอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ รวมทั้งให้คุณโยธิน ประกาศให้คนในสังคมรู้ว่าฉันเป็นลูกสาวคนโต ของครอบครัววัชระ” เพลิงเพชรพูดขึ้นอย่างมั่นใจ
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” ศรารันทำท่าจะโวย แต่รติจับมือไว้ ให้นิ่งก่อน
โยธินนิ่งเงียบ พลางคิดว่า ถ้าผู้หญิงตรงหน้าเป็นลูกสาวของเขาจริงๆ เขาคงต้องรับข้อเสนอของเธออยู่แล้ว เพราะยังไงเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสายเลือดของเขา
“ ตกลง” ทั้งหมดหันมามองหน้าโยธิน ทำท่าจะขัดแต่โยธินพูดตัดบท “พรุ่งนี้เราจะไปตรวจ
ดีเอ็นเอ กัน”
“ดีค่ะ” เมื่อทำการนัดสถานที่ เวลา เรียบร้อย เพลิงเพชรก็ขอตัว แต่ก่อนที่จะเดินออกไป เพลิงเพชรเดินตรงไปที่รติ
“ ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับที่ไปส่งฉันที่บ้านเมื่อคราวก่อน” พูดจบเพลิงเพชรก็เหลือบมองมาทางศรารันยิ้มให้นิดๆ เพื่อดูท่าทางของศรารัน ซึ่งก็ได้ผล ว่าศรารันไม่พอใจจนแสดงออกทาง
แววตา เมื่อเพลิงเพชรกลับไปแล้ว ศรารันก็เริ่มพูด
“พี่รติรู้จักผู้หญิงคนนั้นหรือคะ”
“ คือ พี่เคยร่วมงานกับเขา แต่เคยเจอกันไม่ค่อยบ่อย” รติพูดอย่างปกติ
ศรารันพยายามจะไม่คิดอะไร แล้วหันไปทางบิดา
“ ตกลงว่าคุณพ่อยอมรับใช่มั้ยคะ ว่าที่ เพลิงเพชรอะไรนั่น พูดเป็นความจริง”
โยธินหันไปสบตาดรุณี ก่อนจะพูด “ ใช่ ก่อนที่พ่อจะคบกับแม่ของลูก พ่อเคยคบกับแม่ของเพลิงเพชรตอนเรียนมหาวิทยาลัย แล้ว เธอก็ท้อง ตอนนั้น ……… พ่อเห็นแก่ตัวมาก ยังไม่พร้อมที่จะรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น พ่อก็เลย ให้เธอไปทำแท้ง…..” พอเล่ามาถึงตรงนี้โยธินก็ยิ่งรู้สึกผิด
“แต่เธอไม่ยอม พ่อก็เลยตีตัวออกห่าง ทิ้งเธอไป แล้วไปคบกับแม่ของลูก จากนั้นเราก็ไปเรียนต่อที่เมืองนอกด้วยกัน” ดรุณีก็รู้สึกผิดไม่แพ้กัน “แม่เองก็มีส่วนผิด ที่ทำร้ายจิตใจเพื่อนรักของแม่ แต่แม่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ภาวันมีลูก” พูดถึงตรงนี้ดรุณีก็หันไปค้อนใส่สามี
“ถ้าฉันรู้ว่าภาวันท้อง รับรองว่าฉันไม่มีทางคบกับคุณแน่” โยธินยิ่งรู้สึกผิด
“ผมขอโทษ ความจริงแล้ว ผมนึกว่าภาวันทำแท้งไปแล้ว เพราะผมคิดว่า ถ้าผมไม่รับผิดชอบเธอคงไม่เก็บเด็กไว้” รติรับฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วก็นึกเห็นใจเพลิงเพชรขึ้นมา
“เอาเถอะค่ะ ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เดี๋ยวเราก็รู้ผลเองว่าจะเอาอย่างไรต่อไป”ศรารันไม่อยากจะฟังเรื่องราวที่เธอไม่อยากได้ยินอีก
………………………………………………….
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ รีสอร์ทริมเล ระหว่างที่พินิจนัยเดินเล่นอยู่บริเวณหน้ารีสอร์ท สุชาติ ชายวัยกลางคนผู้ช่วยคนสนิทของเขาก็เดินตรงเข้ามาพร้อมเอกสารในมือ
“ คุณนัยครับ เอกสารเกี่ยวกับโครงการทำสปาบำบัดจิตใจมาแล้วครับ”
“เหรอ ดีจริง หวังว่าสปาบำบัดจิตนี้จะ เป็นอีกแรงดึงดูดให้คนมาพักที่นี่นะ” พินิจนัยรับเอกสารมาดู
“ครับ ผมก็คิดอย่างนั้น คุณพินิจนัย นี่ขยันจริงๆ สมกับเป็นลูกคุณท่านจริงๆ” พินิจนัยได้แต่ยิ้ม
………………………………………..

วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ในใจเรา



ตอนที่ 5
ใกล้ถึงงานวันเกิด คุณโยธินเต็มที คุณหญิงดรุณีพร้อมกับลูกสาว
ได้ไปรับเสื้อผ้าที่สั่งตัดไว้ ณ ห้องชุดสุดหรูตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง
“สวัสดีค่ะ คุณหญิงดาว แล้วก็น้องศราด้วยค่ะ แหมมาตามนัดเป๊ะเลยนะคะเนี่ย”
สาวประเภทสองมีนามว่า ชลลี่ หรือ ชลศักดิ์ เจ้าของร้านเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้ม
“แหม ก็ดิฉันตื่นเต้นอยากจะเห็นชุดที่สั่งตัดเร็วๆนี่คะ”คุณหญิงดาวเอ่ย
“รับรองว่าเลิศหรูอลังการแน่นอน ทั้งของคุณแม่และคุณลูกค่ะ”
ชลลี่เอาใจยกใหญ่
“งั้นพาไปดูเลยดีกว่าค่ะ เชิญค่ะ” ทั้งสองได้เข้าไปลอง
ของศรารันลองเรียบร้อยไม่มีปัญหาแต่ของคุณหญิงดรุณีต้องแก้นิดหน่อย
อยู่ข้างใน ศรารันจึงขอตัวดูเส้อผ้าบริเวณด้านหน้าร้าน
เธอเห็นชุดหนึ่งสะดุดตา จึงเอื้อมไปจับเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้หญิงอีกคน
ก็จับเช่นเดียวกัน ทั้งสองหันมาสบตากัน แวบเดียวเพลิงเพชรก็จำได้ทันที
ผู้หญิงที่ลงหนังสือพิมพ์หน้าข่าวสังคมไฮโซที่บ่อยที่สุดในตอนนี้
“ ถูกใจตัวนี้เหรอคะ” เพลิงเพชรเอ่ยถามด้วยท่าทีไว้ตัว
“ค่ะ เห็นว่าสวยดี คุณก็ชอบเหมือนกันหรือคะ”
ศรารันตอบกลับด้วยสีหน้าเป็นมิตร
“ ก็ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ แต่ก็อยากได้ …. แล้วยิ่งรู้ว่ามีคนที่หมายปองมันด้วย
แบบนี้แล้ว ก็ยิ่งอยากได้” เพลิงเพชรตอบเป็นนัยๆ
ศรารันรู้สึกแปลกใจกับคำพูดนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้สนใจ
“ ถ้าคุณอยากได้ ก็เชิญเถอะค่ะ”
“แหมทำไมถอดใจง่ายจังคะไม่รู้ว่าถ้าเป็นเรื่องอื่นจะยอมถอดใจง่ายอย่างนี้หรือเปล่า”
ศรารันยิ่งรู้สึกแปลกๆกับคำพูดรวมทั้งสีหน้าและแววตาของผู้หญิงตรงหน้า
“ บางสิ่งบางอย่างเราอาจจะยอมได้ แต่บางสิ่งบางอย่างที่มีค่า
เราก็ไม่ควรยอมหรอกค่ะ” ศรารันตอบอย่างสุภาพ
สร้างความหมั่นไส้ให้กับเพลิงเพชร แต่เธอก็เก็บอาการไว้ได้ ยิ้มอย่างหยิ่งๆ
“ ค่ะ สิ่งที่มีค่า มันย่อมเป็นที่หมายปองของใครหลายๆคน เราต้องรักษามัน
ไว้ให้ดี เพราะไม่รู้ว่าจะถูกแย่งไปเมื่อไหร่"
ประโยคหลังเพลิงเพชรพูดด้วยเสียงเน้น จากนั้นเธอก็ขอตัวออกไป
โดยไม่ได้ซื้อชุดนั้นไป ศรารันมองตามพลางสงสัยในท่าทีของเธอผู้นั้น
……………………………………………..

คืนนี้ที่บ้านวัชระ งานฉลองครบรอบวันเกิดและฉลองการเรียนจบของศรารัน
ถูกจัดขึ้น ท่ามกลางเหล่าผู้ที่มาร่วมแสดงความยินดีและบรรดานักข่าวอีกหลายคน
งานเพิ่งจะเริ่มขึ้น คุณโยธินและคุณหญิงดรุณีกำลังพูดคุยกับแขกที่เข้ามา
แสดงความยินดีที่หน้างาน รติเดินเข้ามาในงานพร้อมกับช่อดอกไม้และของขวัญ
“สวัสดีครับคุณอา” รติยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสอง
“ เดี๋ยวคุณพ่อ คุณแม่จะตามมาครับ”
“สุขสันต์วันเกิดนะครับคุณอาโยธิน” รติยื่นกล่องของขวัญให้แด่คุณโยธิน
“ขอบใจมากนะรติ ความจริงไม่ต้องมีของขวัญก็ได้ แค่รติมางานนี้อาก็ดีใจแล้ว”
โยธินพูดยิ้มๆ
“นั่นนะสิ ถ้างานนี้รติไม่มา ของขวัญที่เตรียมไว้ให้ศราคงไม่มี”
คุณหญิงดรุณีเสริม
“คุณอาหมายความว่าอย่างไงหรือครับ” รติสงสัย แต่ท่านทั้งสองได้แต่ยิ้ม
“เดี๋ยวก็รู้ รติเข้าไปในงานเถอะ ป่านนี้ศราคงรอเราอยู่น่ะ”
คุณหญิงดรุณีพูด รติจึงขอตัวไป

“ คุณว่าเราทำแบบนี้จะเป็นการมัดมือชก รติ มั้ยคะ”
คุณหญิงดรุณีหันมาถามสามี
“เรากำลังเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของเรานะคุณ แล้วอีกอย่างรติก็รักลูกเรา
คงไม่ทำให้เราหน้าแตกบนเวทีหรอก และอีกอย่างพ่อแม่ของรติก็เห็นด้วย
ถึงได้เลือกวันนี้เป็นวันดีไงคุณ” โยธินพูดอย่างมั่นใจ
ศรารันแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาตรงบริเวณงานสร้างความสนใจ
ให้กับผู้คนในงานรวมทั้งสื่อมวลชนที่รุมมาถ่ายรูป
รติเดินมาพอดีก็ยื่นช่อดอกไม้ให้ เรียกรอยยิ้มจากหญิงสาว
“ยินดีด้วยครับ เจ้าหญิงของพี่”
“ขอบคุณค่ะ พี่รติ”
“วันนี้ น้องศราสวยมากเลย” ประโยคนี้ยิ่งทำให้ศรารันเขิน
“ มันแน่อยู่แล้วค่ะ”
ศรารันเออออไปด้วย ทำให้รติขำออกมากับท่าทีของหญิงสาว
“ ขำอะไรคะ” ศรารันทำหน้าบึ้ง
“ก็เราน่ะสิ ถ่อมตัวเป็นบ้างมั้ยเนี่ย”
ศรารันค้อนให้นิดหนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา จากนั้นก็ชวนรติไปหาอะไรดื่ม




เมื่อได้เวลา เจ้าภาพของงานพร้อมครอบครัวก็ขึ้นบนเวทีเล็กๆที่จัดขึ้น
กล่าวขอบคุณแขกและสื่อที่มางานในวันนี้
“ผมขอขอบคุณมากๆนะครับ ……….. และก็มีอีกเรื่องที่อยากจะประกาศ
ณ ที่นี้ เพื่อให้ทุกท่านเป็นพยาน ว่า ลูกสาวของผม ศรารัน จะหมั้นและ
แต่งงานกับ รติ ลูกชายคุณพิทักษ์ สนิทเศรณีกับคุณหญิงรินดา ภายในอีก
2 เดือนข้างหน้าครับ” ประโยคนี้สร้างความยินดีถ้วนหน้าโดยเฉพาะพ่อแม่
ของทั้งสองฝ่าย ยกเว้นรติกับศรารัน ที่มัวแต่งุนงง
“นี่มันอะไรกันคะคุณพ่อ” ศรารันเอ่ยถามบิดา
“ก็พ่อกำลังมอบของขวัญพิเศษให้ลูกอยู่ไง ลูกไม่ถูกใจเหรอ”
โยธินแกล้งถาม ทำเอาศรารันเขินแล้วก็แอบดีใจ
ส่วนรติที่อยู่ข้างล่างเวทีก็หันไปถามบิดามารดาของตน
“ ทำไมไม่มีใครบอกผมล่วงหน้าครับ”
ความจริงแล้วเขาก็อยากแต่งงานกับศรารันอยู่แล้ว
แต่เขาคิดว่ามันเร็วไป ที่จะแต่งงาน แล้วอีกอย่างเขาก็รู้กะทันหัน ตั้งตัวไม่ทัน
“เหอะน่า ช้าเร็วก็ต้องแต่งอยู่ดี” คุณพิทักษ์พูดยิ้มๆ
“แต่ว่าพ่อครับ……..” รติยังไม่ทันจะพูดจบก็ถูกเรียกเชิญตัว
“ขอเชิญว่าที่เจ้าบ่าวขึ้นมาบนเวทีหน่อย” โยธินกล่าวเชิญรติ รติจึงเดินขึ้นไป
“ วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ที่ขนาดยังไม่ถึงวันจริง
ผมหมายถึงวันแต่งงาน ยังมีความสุขขนาดนี้เลย แล้วถ้าถึงวันนั้น
ผมคงมีความสุขที่สุดในชีวิต รติ อา เออ ต้องใช้คำว่าพ่อสิ
ขอฝากศราด้วยนะ” ประโยคหลังโยธินพูดกับรติ
“ครับ” รติตอบอย่างสุภาพ หันไปมองว่าที่เจ้าสาวของเขา
พร้อมกับยิ้มให้ มาถึงตอนนี้แล้วก็คงต้องเลยตามเลย รติคิดในใจ
“ถ้างั้น ก็ขอเชิญทุกท่านตามสบายเลยครับ คืนนี้คงไม่มีครอบครัวไหน
จะมีความสุขเท่ากับครอบครัวของผมอีกแล้ว โดยเฉพาะลูกสาวคนเดียวของผม
เธอเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผม”
โยธินพูดพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมปด้วยความสุข
“ แน่ใจหรือคะ ว่ามีลูกสาวเพียงคนเดียว”
เสียงนี้ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของสาวสวยในชุดราตรีสีดำ ………………………………………………………

ในใจเรา



ตอนที่ 4
ทางด้านงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้าที่โรงแรมหรูใจกลางเมือง รติ รองประธานบริษัท
กล่าวขอบคุณลูกค้าบนเวที จากนั้นก็เดินลงมาพูดคุยกับคุณกำพล ลูกค้าคนสำคัญ
“ มีอะไรขาดตกบกพร่อง ก็ขออภัยด้วยนะครับ” รติเอ่ยอย่างสุภาพ
“โธ่ เรามันคนกันเอง แล้วอีกอย่าง งานวันนี้ก็ดีมากๆครับ คุณรติ”
“ขอบคุณครับ” รติพูดพลางเหลือบไปทางผู้ช่วยสาวสวยของคุณกำพล
“สวัสดีครับ คุณเพลิงเพชร”
“สวัสดีค่ะ” เพลิงเพชรเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม
“งานวันนี้คุณรติจัดได้อย่างยิ่งใหญ่ สมกับเป็นนักธุรกิจอันดับต้นๆเลยนะคะ”
“ขอบคุณครับ” จากนั้นรติก็ขอเดินแยกออกไปทักทายคนอื่นๆก่อน
เพลิงเพชรจับตามองรติตลอด พลางคิดว่าจะต้องหาวิธีใกล้ชิดรติให้ได้

หลังเลิกงาน บริเวณลานจอดรถ เพลิงเพชรกำลังรอเป้าหมายของเธออยู่
เหลือบเห็นรติออกมาจากงานกำลังเดินตรงไปที่รถ
เธอก็แกล้งเดินเซไปชนกับรติ
“อุ๊ย! ขอโทษค่ะ” เธอทำเป็นจับขมับแล้วจะล้มลง
“อ้าว คุณเพลิงเพชร เป็นอะไรครับ” รติมีสีหน้าตกใจ
“ คือฉัน รู้สึกปวดหัว มึนๆน่ะค่ะ” เพลิงเพชรเสแสร้งได้เนียนสุดๆ
“ไปโรงพยาบาลดีมั้ยครับ”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”
“แล้วนี่คุณ มายังไงครับ
คงไม่ได้มากับคุณกำพล ผมเห็นเขากลับไปตั้งนานแล้ว”
“คือฉัน ให้เพื่อนมาส่งค่ะ แต่ตอนนี้ติดต่อเพื่อนไม่ได้เลย
สงสัยมือถือเพื่อนแบตจะหมดค่ะ”
“เออ เอางี้ดีกว่าเดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า ถ้าให้คุณกลับเองคงไม่ปลอดภัย”
รติเสนอไมตรีให้ ซึ่งก็เข้าล็อคของเพลิงเพชร
“ขอบคุณนะคะ”
“เดี๋ยวผมช่วยพยุงครับ” เพลิงเพชรลอบแอบยิ้ม
เมื่อขับรถมาถึงที่บ้านของเพลิงเพชร
“หลังนี้หรือครับ บ้านคุณดูน่าอยู่ดีนะครับ”
รติมองบ้านสวนที่ดูสงบ
“ค่ะ น่าอยู่ แต่มันจะน่าอยู่กว่านี้ ถ้าหากมีพ่อ แม่ และก็ฉัน”
เพลิงเพชรพูดอย่างขมขื่น
“หมายความว่าไงครับ” รติสงสัย
“แม่ฉันเสียไปแล้วค่ะ ส่วนพ่อก็ทิ้งแม่ไปตั้งแต่รู้ว่ามีฉัน
แล้วแม่ไม่ยอมทำแท้งตามที่เขาสั่ง”
เพลิงเพชรพูดด้วยเสียงเศร้าแต่แววตามีรอยเกลียดชัง
“ผมเสียใจด้วยนะครับ” รติแสดงความเห็นใจ
“ค่ะ คุณรติจะเข้าไปในบ้านมั้ยคะ” เพลิงเพชรเปลี่ยนเรื่อง
“ไม่ดีกว่าครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว ผมว่าคุณเข้าบ้านเถอะครับ”
“ขอบคุณมากนะคะ ที่มาส่ง”
“ครับ” จากนั้นเพลิงเพชรก็ลงจากรถเดินเข้าบ้านส่วนรติขับก็ขับรถออกไป
เพลิงเพชรเหลียวกลับมามองพร้อมกับยิ้มที่มุมปาก
“คุณนั่นแหล่ะ! คือเครื่องมือที่จะให้ฉันได้แก้แค้นพวกวัชระ”

…………………………………………………..